จริงดิ! 'ชูวิทย์' จับผิดเรื่องแปลกของนโยบายหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีใครพูด 8 เรื่องนี้

การเมือง16 พ.ค. 2565 • 11:08 น.
จริงดิ! 'ชูวิทย์' จับผิดเรื่องแปลกของนโยบายหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ไม่มีใครพูด 8 เรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า ... นโยบาย กทม. แปลกแต่จริง ที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไม่เคยพูดถึง หากคนกรุงเทพฯ จะตัดสินใจเลือกใคร ก็แล้วแต่เถอะครับ แต่ลองดูข้อมูลของผมก่อนจะตัดสินใจ “เรื่องแปลกแต่จริงของ กทม.“ อันดับแรก ให้รถบีอาร์ทีวิ่งรับคนไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ยกเลนรถหายไปหนึ่งเลนให้บีอาร์ที ส่วนรถยนต์วิ่งไม่ได้ บางคันหลงเข้าไปในเลนรถบีอาร์ทีเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีคนโดยสารน้อยมาก แต่ประโยชน์ตกกับบีทีเอสเต็มๆ ใครคุ้ม? อันดับสอง กทม. ให้บีทีเอสประมูลวิ่งรถไฟฟ้า บริการคนกรุงเทพฯ แต่ไม่เคยแบ่งให้ กทม. คือค่าโฆษณาทั้งบนสถานี เสาตอม่อ และพื้นที่ในรถไฟฟ้า บีทีเอสทำกำไรเพิ่มขึ้นมหาศาล ใครคุ้ม? อันดับสาม ภาษีโรงเรือนบ้านหลังแรก ไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่หากคนซื้อบ้านหลังเล็ก 3 ล้าน มาแล้วหลังแรก จะมีบ้านอีกสักหลังให้ลูกหลานอีก 3 ล้าน เป็นหลังที่สอง ต้องเสียภาษี แบบนี้เอื้อเศรษฐีชัดๆ ใครคุ้ม? อันดับสี่ ขยะ คือขุมทรัพย์มหาศาล มีทั้งขยะเปียก (เศษอาหาร) และขยะแห้ง ขายได้ทุกอย่าง แต่ที่แปลกคือ บริษัทประมูลที่ดินฝังกลบขยะ ให้ กทม. จ่ายเงินค่าที่ แต่เมื่อขยะเต็มที่ดินแล้ว ที่ดินกลายเป็นของบริษัทขยะ ต่อมาราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น บริษัทเอกชนได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ใครคุ้ม? อันดับห้า ซอยเล็ก ถนนแคบ ท่อระบายน้ำเล็ก จู่ๆ คอนโดยักษ์มาเปิด จากคนที่มีบ้านพักอาศัยเหมาะสมกับสาธารณูปโภคแค่นี้แต่ต้น กลับมาเจอคอนโดระดับพันห้อง ซอยรถติด น้ำไฟไม่พอ ท่อน้ำระบายเล็ก ไม่รู้มาได้ไง คนในซอยงง จากอยู่กัน 100 หลังกลายเป็น สองพันหลังในพริบตา ใครคุ้ม? อันดับหก ห้ามค้าขายริมถนน คนจนไม่มีสิทธิ์ แต่เซเว่นเปิดได้ รถส่งของจอดหน้าร้าน ปิดทาง ซอยแคบหายไป 1 เลน ไม่มีใครกล้าว่าหรือตั้งกฎห้ามเปิด ใครคุ้ม? อันดับเจ็ด โรงแรมห้าดาวคืนละเป็นหมื่น แต่เกสต์เฮาส์ราคา คืนละ 500 เก็บภาษีเท่ากัน เพราะเอา “ตารางเมตร” วัดเป็นเกณฑ์ ไม่เอารายได้เป็นเกณฑ์ ใครคุ้ม ? อันดับสุดท้าย กทม. ไม่ยอมทำสัญญาเอง หากมีธุรกิจค้าขาย การประมูลยกให้ บ. กรุงเทพธนาคม ทำ แต่กรุงเทพธนาคมก็ไม่ทำเองอีก ดันยกให้คนอื่นทำหมดทุกเรื่อง และทำตัวเองเป็นเพียง “โบรคเกอร์” แทน ไม่มีใครรู้เรื่องเกี่ยวกับบริษัทนี้เลย ว่าทำไมกำไรได้แค่ 50 ล้านต่อปี ? ทั้งที่บริษัทมีมูลค่าถึง 200,000 ล้าน หลายๆ เรื่องที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ แต่ละคนไม่เคยพูดถึง เพราะมัวแต่หาเสียง สร้างฝัน ขายฝัน สนุกสนานเหมือนในอดีต แสดงวิสัยทัศน์ลวกๆ แบบขอไปที จะเลือกใคร ก็เลือกไปเถอะครับ แต่ช่วยตอบคำถามเรื่องแปลกๆ ฝากไว้ถึงผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที ผมทำการบ้านมาฝากก่อนลงคะแนนอาทิตย์หน้านี้