"ดร.สมเกียรติ" แนะ "ปลูกจิตสำนึก-พลังประชาชน" ต้านโกง
"เดย์ โพเอทส์" จัดเสวนา "NO MORE CORRUPTION ยิ่งเปิด ยิ่งโปร่งใส" ด้าน "สมเกียรติ" แนะ "ปลูกจิตสำนึก - ออกแบบ - ใช้พลังปชช." ต้านโกง หลังคะแนนความโปร่งใสไทยไม่ขยับ ขณะที่ "อุ๋ย บุดดาเบส" ชี้ ขจัดโกงเริ่มที่ตัวเอง-ครอบครัว
เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ห้องฟังค์ชั่นรูม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) อาคารไปรษณีย์กลาง เขตบางรัก กรุงเทพฯ บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด จัดงานเสวนาในหัวข้อ #ไม่ทนคนโกง "NO MORE CORRUPTION ยิ่งเปิด ยิ่งโปร่งใส" เพื่อจุดกระแสสังคมไทย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมุมมองที่แตกต่างจากบุคคลที่หลากหลายในสังคมไทย โดยมีพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมงาน พร้อมด้วยนายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการ ป.ป.ช. นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา (TDRI) น.ส.ปณิดา ยศปัญญา เจ้าของรางวัล ANTI-CORRUPTION AWARD 2019 และนายนที เอกวิจิตร หรือ อุ๋ย บุดดาเบลส ศิลปิน ร่วมเสวนา ทั้งนี้ การจัดงานเสวนาดังกล่าว เพื่อให้คนในสังคมตระหนักถึงปัญหาการทุจริต และชักชวนคนไทยให้ตั้งคำถาม กับความไม่สุจริตและความไม่โปร่งใสใกล้ตัว รวมถึงสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อต่อสู้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และสร้างเครือข่าย "ไม่ทนคนโกง" ผลักดันให้เปิดเผยข้อมูลทั้งในส่วนงานภาครัฐ และเอกชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึง และตรวจสอบได้
โดยนายอุทิศ กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ตั้งมานานแล้ว มีคะแนนความโปร่งใสอยู่ที่ประมาณ 30 กว่าๆ มาตลอด แต่ถ้าดูคะแนนดิบเราเพิ่มขึ้น สิ่งที่ทำให้คะแนนเราตกคือเรื่องสินบน เราไปมองเรื่องการปกครอง มันไม่เกี่ยวกัน มันเกี่ยวที่พฤติกรรมของคน ที่ผ่านมา ป.ป.ช. พยายามใช้วิธีป้องกัน ปราบปราม และปลูกจิตสำนึก ป.ป.ช.มีการรับนโยบายจากรัฐบาล ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยในอนาคตวางเป้าหมายว่าจะได้คะแนนความโปร่งใสเพิ่มขึ้น
ด้านนายสมเกียรติ กล่าวว่า สถานการณ์การทุจริตที่ผ่านมาถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จากการวิจัย 7-8 ปีที่ผ่านมา คะแนนความโปร่งใสของไทยตกลงไป ไม่เคยได้เกิน 40 คะแนน ในขณะที่ประเทศที่มีระดับคอร์รัปชั่นแย่กว่าประเทศไทย แต่มีคะแนนความโปร่งใสขยับขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้เราต้องทบทวนกันว่าจะทำอย่างไร เพื่อไม่ทนต่อคนโกง นั่นคือต้องมีการปลูกจิตสำนึกกับคนโกง ออกแบบให้ทุจริตยาก และใช้พลังประชาชนมาต่อต้านการทุจริต ซึ่งจากการวิจัยพบว่าถ้าใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงวิธีเดียว ก็จะไม่สำเร็จ ต้องใช้ทุกวิธีร่วมกัน นอกจากนี้ต้องแก้อำนาจการผูกขาด คือการเปิดเสรีให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้สุจริตตามกฎหมาย ทำให้ประชาชนได้ของดีราคาถูก การรีดไถทุจริตก็จะหายไปด้วย นอกจากนี้ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ข้อมูลข่าวสารของรัฐควารเปิดให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยง่าย เช่น โครงการใหญ่ ๆ ของรัฐ และต้องเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปประมวลผลได้ง่ายขึ้น
ขณะที่น.ส.ปณิดา กล่าวว่า การสร้างวัฒนธรรมที่สุจริต หลายหัวดีกว่าหัวเดียว ขนาดการทุจริตยังทำเป็นทีม แล้วการตรวจสอบ ทำไมจะทำเป็นทีมไม่ได้ เราไม่สามารถไปบอกให้ใครทำตามได้ แต่เราบอกตัวเองได้ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยึดความถูกต้อง
ด้านนายนที กล่าวว่า เราพยายามรณรงค์เรื่องนี้มาหลายปี แต่ผลที่ออกมาก็อย่างกับตัวเลขคะแนนความโปร่งใสที่เห็น อยางประเทศจีน เป็นประเทศที่ไม่ได้ปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ยังมีตัวเลขคะแนนความโปร่งใสสูงกว่าเรา แสดงว่าบ้านเราอาการหนักมาก ส่วนตัวคิดว่ามีหลายวิธีที่จะปราบคอร์รัปชั่น อย่างฮ่องกงมีการปลูกฝังจิตสำนึกประชาชนว่าการทุจริตเป็นเรื่องน่ารังเกียจ
"มองว่าบางครั้งประเทศไทยเขียนกฎหมายแรงแทบตาย แต่ประโยชน์ไปตกกับผู้บังคับใช้กฎหมาย มันแสดงให้เห็นว่ากฎหมายแรงไม่ได้มีประโยชน์เสมอไป บางคนออกมาโพสต์ต่อต้านการคอร์รัปชั่น แต่ตัวเองกลัวสรรพากร เราต้องดูตัวเองว่าตัวเรา ครอบครัวเรา มีใครโกงบ้าง ต้องเริ่มที่ครอบครัวเรา ก่อนดูคนอื่น ต้องดูว่าตัวเองมีความโปร่งใสอะไรบ้าง เราจะมีความภูมิใจว่าเราไม่มีแผล สามารถวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นได้ นอกจากนี้ การรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เราต้องมีวิจารณญานในการรับชมข่าวสาร ต้องหาข้อมูลให้ครบถ้วน อย่ามีอคติในใจ เพราะการมีอคติถ้ามีข้อมูลครบถ้วน แต่เป็นคนที่เรารัก เราก็พร้อมให้อภัย แต่ถ้าเป็นคนที่เราเกลียดต่อให้เป็นเฟคนิวส์ เราก็พร้อมที่จะเชื่อ ข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็น ถ้าเราต้องการที่จะจริงจังกับการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น" นายนที กล่าว