ครม.อนุมัติหลักการโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง

การเมือง1 ก.ย. 2563 • 08:29 น.
ครม.อนุมัติหลักการโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง
ครม.อนุมัติหลักการโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างกว่า 2 แสนไร่ หวังลดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและตัวเมืองเพชรบุรี พร้อมเพิ่มแหล่งน้ำต้นน้ำเพื่อการเกษตร และอุปโภค-บริโภค เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ครม. ได้อนุมัติในหลักการโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยโครงการนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งเป็น 1 ใน 66 พื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซากที่ต้องได้รับการแก้ไขเชิงบูรณาการตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) และเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจและตัวเมืองเพชรบุรี เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีลงสู่อ่าวไทย และเป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค น.ส.รัชดา กล่าวว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้ คือ 1.ช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีที่ได้รับผลกระทบประมาณ 219,681 ไร่ 2.เพิ่มศักยภาพการใช้พื้นที่การเกษตรประมาณ 10,000 ไร่ 3.เป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการอุปโภคและบริโภคประมาณ 8.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี 4.เป็นการเพิ่มเส้นทางคมนาคม โดยใช้ถนนบนคันคลองเชื่อมต่อถนนสายหลัก และ 5.เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประชาชน ทั้งนี้ ครม.อนุมัติในหลักการเพื่อให้กรมชลประทาน สามารถเข้าดำเนินการในขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ การดำเนินการสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการ รวมถึงการจัดหาที่ดินและการเตรียมความพร้อมเพื่อก่อสร้าง น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการดำเนินการของกรมชลประทาน ในระยะต่อไป ช่วงปี 2563-2569 คือ 1.การปรับปรุงคลองระบายน้ำสายที่ 1 (D1) ระยะทางรวม 24 กิโลเมตร และคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา 1 (RMC1) ระยะทาง 3.6 กิโลเมตร พร้อมอาคารประกอบ ให้สามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย รวมทั้งสิ้น 550 ลบ.ม./วินาที ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจออกแบบรายละเอียดโครงการ 2.งานเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บเก็บน้ำ โดยเพิ่มความจุเขื่อนแก่งกระจาน 53 ล้าน ลบ.ม. พร้อมท่อส่งน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากเขื่อน และเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ โดยจะเริ่มดำเนินการสำรวจและออกแบบในปีงบประมาณ 2564 “ทั้งนี้ เมื่อโครงการนี้มีความพร้อมในด้านต่างๆ แล้ว จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยไม่จำเป็นต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างหรือปรับปรุงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ และพื้นที่ชุ่มน้ำแต่อย่างใด”รองโฆษกรัฐบาล กล่าว