" โกวิทย์" ชี้ร่างแก้รธน. "ฉบับปชป." ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แนะส่งศาลรธน.วินิจฉัยก่อนกมธ. เดินหน้าต่อ

การเมือง28 มิ.ย. 2564 • 05:44 น.
" โกวิทย์" ชี้ร่างแก้รธน. "ฉบับปชป." ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แนะส่งศาลรธน.วินิจฉัยก่อนกมธ. เดินหน้าต่อ
วันที่ 28 มิ.ย.64 ที่รัฐสภา นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมด้วยนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ที่ 13 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านการรับหลักการของรัฐสภามีความไม่สมบูรณ์ โดยนายโกวิทย์ กล่าวว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 83 และมาตรา 91 ไม่สมบูรณ์ครบถ้วนในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งในมาตราอื่น ๆซึ่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 13 ไม่ได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 86 อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เพราะในมาตรา 86 ยังมีอยู่หลายเรื่องที่เกี่ยวกับการคิดคะแนน และการแบ่งเขต รวมถึงการได้มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเขตอย่างไรในเขตนั้น ซึ่งในมาตรา 86 ที่บัญญัติไว้ถึงจำนวนสมาชิกที่จะได้จากจังหวัด และเขต 350 เขต ที่ยังขัดแข้งกับตัวร่างมาตรา 86 และมาตรา 91 นอกจากนี้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 45 คนจะทำอย่างไร และส.ส.จะแปรญัตติกันอย่างไร จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะร่างรัฐธรรมนูญได้เสนอให้มีส.ส.เขตเลือกตั้ง 400 คน และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งจะทำให้ส.ส.เขต เกิน 400 คน ได้อย่างไร หากไม่มีการแก้ไขมาตรา 86 นายโกวิทย์ กล่าวว่า ดังนั้นจึงเห็นว่าในมาตรา 86 เป็นอีกมาตราหนึ่งที่จะต้องยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับมาตรา 83 และหากไม่มีการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมถือว่ามาตรา 86ในรัฐธรรมนูญปี 60 ยังคงค้างอยู่ รวมทั้งมาตราอื่น ๆให้สอดคล้องกันกับมาตรา 85, 86,90,92 เป็นต้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบการเลือกตั้งและจำนวนส.ส. ทั้งของพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ เพราะฉะนั้นความเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายคนก็เป็นห่วงในประเด็นนี้มาก แต่ยังมีกรรมาธิการอีกหลายคนเริ่มทำตัวเป็นศรีธนนชัยว่าเมื่อรับหลักการไปแล้ว ก็สามารถแก้ไขได้ จึงคิดว่าเมื่อไม่ได้รับหลักการมาตรา 86 ยังคงเป็นรัฐธรรมนูญที่ยังควรระบุถึงส.ส. 350 คนยังอยู่ และหากไม่แน่ใจก็ควรจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนที่กรรมาธิการจะเดินหน้าดำเนินการไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีปัญหา “ผมคิดว่าน่าจะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอย่างแน่นอน เพราะส.ว.เริ่มสงสัยกันแล้ว ส่วนพรรคเล็กจะมีการยื่นศาลรธน.หรือไม่ยังไม่ได้คุยกัน”นายโกวิทย์ กล่าว ด้านนายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า การเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 เป็นการเสียของหรือเปล่าประโยชน์เพราะในศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องหยิบยกแต่ละมาตราให้มีความชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบร่างของพรรคเพื่อไทยที่เขาเสนอแก้ทั้งขบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ต้นเหตุ มาตรา 83 ที่มาในการคำนวณสัดส่วนของประชากรต่อส.ส.หนึ่งคนจะต้องใช้อัตราส่วนเท่าไหร่ แต่ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ยกมาตรก 86 มา และจะให้ดำเนินการในขั้นแปรญัตติอย่างนี้ทำไม่ได้ ถือว่าไม่ชอบและขัดรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถนำไปแปรญัตติได้ เท่ากับการรับหลักการวาระ 1 เป็นการเสียเปล่า และจะมีปัญหาในการนำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ดังนั้นกรรมาธิการฯจะกล้าฝ่าด่านในการแก้ไขปี 60 ได้หรือไม่ ตนคิดว่าเป็นความกล้าหาญ “ผมคิดว่าการยื่นแก้ไขมาตราดังกล่าวเป็นการเร่งรีบไม่ได้ดูในเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้ดูกระบวนการขั้นตอนแก้อย่างไร แต่เป็นการตั้งธงว่าอยากได้ส.ส.400 คนจึงได้เสนอเพียง 2 มาตราเท่านั้น ผมคิดว่าต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแน่นอน และทำให้เสียเวลา ทำไม่ได้ ถือว่าการประชุมที่ผ่านมาไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะฉะนั้นร่างทั้ง 13 ฉบับไม่มีร่างใดเลยที่ทำได้ และร่างที่ผ่านสภาก็ทำไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการเร่งรีบ รวบรัด ตัดความ ตั้งเป้าเพื่อที่จะขยายเขตให้ได้ 400 เขต ไม่ได้มองถึงสาระสำคัญของพี่น้องประชาชนถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเลย” นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าว