"ปธ.วุฒิ" ทูลเกล้าฯ "สุชาติ" นั่ง ปปช.ย้ำ สนช.ไม่ใช่ "สส.-สว." แจง เหตุไม่ส่งศาลรธน.ชี้ขาด

การเมือง2 ก.ค. 2563 • 02:53 น.
"ปธ.วุฒิ" ทูลเกล้าฯ "สุชาติ" นั่ง ปปช.ย้ำ สนช.ไม่ใช่ "สส.-สว." แจง เหตุไม่ส่งศาลรธน.ชี้ขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 ก.ค.63 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเผยแพร่เอกสารข่าว (Press Release) ถึงคำชี้แจงของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กรณีนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอกสารข่าวดังกล่าว ระบุว่า กรณีเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2563 ประธานวุฒิสภาได้มีคำชี้แจงกรณีที่ได้ชะลอการนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แต่เนื่องจากปรากฎว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ตามมาตรา 11 (18) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อให้กระบวนการและขั้นตอนในการที่ประธานวุฒิสภาจะได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความถูกต้องและมีข้อมูลรายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการดังกล่าวพอสมควร บัดนี้ ประธานวุฒิสภาได้รับทราบข้อมูลรายละเอียดของข้อเท็จจริงและความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องเพียงพอที่จะดำเนินการตามขั้นตอนในการนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ซึ่งเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ต่อไป ทั้งนี้ด้วยข้อเท็จจริงและเหตุผลดังต่อไปนี้ 1. ประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการสรรหาๆ ได้มีหนังสือของคณะกรรมการสรรหาๆ ที่ สว(ปปช) เลขที่ 000ผี/(ส)ต90 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ถึงประธานวุฒิสภา เรื่องการยืนยันคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของนายสุชาติ ตระกูลกษมสุข ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตอบข้อหารือของประธานวุฒิสภา โดยมีข้อความสำคัญว่า คณะกรรมการสรหาฯ ยืนยันมติของคณะกรรมการสรรหาในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 โดยคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาและมีมติว่า กรณีการเคยดำรงตำแหน่งของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข นั้น ไม่ถือว่านายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาแต่ประการใด ดังนั้น นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข จึงเป็นผู้ที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 11(18) และตามมาตรา 16 ได้บัญญัติให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ให้เป็นที่สุด ดังนั้น กระบวนการพิจารณาและสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติของคณะกรรมการสรรหาฯจึงเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 2ค7และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 12 และมาตรา ด3 ทุกประการ 2. ประธานศาลฎีกาในฐานะประธานกรรมการสรหาฯ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 สรุปความตอนหนึ่งได้ว่า กรณีปัญหาการวินิจฉัยคุณสมบัติของอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นกรรมการองค์กรอิสระได้หรือไม่นั้น คณะกรรมการสรรหาในแต่ละชุดต่างทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความสุจริต ดังนั้น ประเด็นคือต้องดูว่าคณะกรรมการสรรหาเหล่านั้นทำตามขั้นตอนและตามข้อกฎหมายหรือไม่ ถ้าคณะกรรมการสรรหาแต่ละชุดได้ทำตามอำนาจหน้าที่ของตนด้วยความสุจริตแล้วก็เป็นอันยุติ ส่วนเรื่องการเปิดช่องให้มีการขัดแย้งกัน (ในเรื่องความเห็นและการวินิจฉัย) ได้นั้น เป็นปัญหาในเรื่องการออกแบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญถ้ารอบคอบตั้งแต่แรก ต้องปิดซ่องไม่ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นได้ 3. ประธานวุฒิสภาได้ศึกษากฎหมายที่สำคัญ 3 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 โดยได้ศึกษากฎหมายทั้ง 3 ฉบับอย่างละเอียดและรอบคอบและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย เพื่อที่จะหาข้อยุติในเรื่องที่ขัดแย้งในคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาแต่ละคณะที่มีความเห็นในบางประเด็นแตกต่างกัน แต่ไม่พบว่ามีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้อำนาจประธานวุฒิสภาในการส่งเรื่องนี้ไปให้ศลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอื่นใดเพื่อวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว