กฤษฎีกาเตือนแก้รธน.ให้ยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

การเมือง1 ก.พ. 2564 • 06:43 น.
กฤษฎีกาเตือนแก้รธน.ให้ยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
วันที่ 1 ก.พ.64 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 4 ก.พ.มีวาระการพิจารณารับทราบผลการพิจารณารายงานศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐ ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี2560 ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สืบเนื่องจากที่ครม.ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อสังเกตของกมธ.ว่า การยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะทำได้หรือ ไม่ เพื่อแจ้งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรรับทราบประกอบการพิจารณารายงานศึกษา ปัญหา หลักเกณฑ์และแนวทาง แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของกมธ.นั้น โดยคณะกรรรมการกฤษฎีกาได้ทำหนังสือตอบกลับมาแล้ว ระบุว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลให้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับจะทำได้หรือไม่ ควรพิจารณาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 2ฉบับที่เกี่ยวข้องคือคำวินิจฉัยที่18-22/2555 ที่ระบุการแก้ไขข้อบกพร่องรัฐธรรมนูญ ควรทำเป็นรายมาตรา แต่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ควรจัดให้ออกเสียงประชามติจากประชาชนก่อน และคำวินิจฉัยที่ 15-18/2556 ที่ระบุการแก้ไขที่มาส.ว.ให้มาจากการเลือกตั้งเพียงทางเดียว เป็นการขัดรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลกัน แต่ทั้งนี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับ เป็นการวินิจฉัยภายใต้รัฐธรรมนูญปี2550 แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมปี2560 มีบทบัญญัติเพิ่มเติมเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไว้ในหมวด15 เป็นการเฉพาะ ดังนั้นการแก้รัฐธรรมนูญย่อมทำได้ แต่สมควรคำนึงถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับที่วางแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้เป็นบรรทัดฐาน ซึ่งอาจมีการยกเป็นประเด็นส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ เนื่องจากมีแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้เสนอญัตติขอให้รัฐสภามีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา210(2) กล่าวว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 9 ก.พ.นี้ จะพิจารณาญัตติว่า จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญประกอบการตัดสินใจของ ส.ส. และส.ว.ว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ หากไม่มีกระบวนการส่งไปศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน เมื่อต้องพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระ3 อาจทำให้สมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะส.ว. งดออกเสียง และถ้าเสียงสมาชิกรัฐสภาไม่ถึง 1ใน 3 อาจทำให้ต้องตกไป