กางปฏิทินการเมืองร้อน รับปี 65

การเมือง31 ธ.ค. 2564 • 00:10 น.
กางปฏิทินการเมืองร้อน รับปี 65
เรื่อง : ทีมข่าวการเมือง ปม “นายกฯ 8ปี” เขย่าเก้าอี้ “บิ๊กตู่” “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กำลังจะกลายเป็น “แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์” เมื่อสุทินคือคนที่โยนประเด็นร้อน เข้าใส่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ด้วยการออกมาตั้งคำถามถึงวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากกรณีที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง” โดยหากนับการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557 ก็จะครบ 8 ปี ในปี 2565 คือปีนี้ ! ทางด้าน “มือกฎหมายรัฐบาล” อย่าง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาไขข้อข้องใจ โดยระบุว่า “ หากเมื่อไหร่ถึงเวลา ผมจะสะกิดนายกฯ ว่า ครบแล้วครับ ไปเถอะ” รวมทั้งยังบอกด้วยว่า เรื่องนี้จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความก็ยังทำไม่ได้ เพราะเรื่องยังไม่เกิด แต่ยอมรับว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ไปดูเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่บอกว่า “ทางออก” ที่เตรียมเอาไว้นั้นคือจะไปออกช่องทางไหน อย่างไรก็ดี ขณะที่พรรคเพื่อไทย เตรียมใช้ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 เข้าชื่อ ส.ส. ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยชี้ขาด วาระดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อใกล้ช่วงเดือนสิงหาคม ดังนั้นโอกาสที่บรรยากาศทางการเมือง จะร้อนระอุในห้วงเดือนสิงหาคม 65 จึงจะกลายเป็น “ไฟท์บังคับ” สำหรับพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทย ในฐานแกนนำพรรคฝ่ายค้าน คงไม่ต้องการเปิดทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งอยู่ในตำแหน่ง เป็นรัฐบาลจน “ครบเทอม” ในปี 2566 ตามที่นายกฯประยุทธ์ ประกาศเอาไว้อย่างแน่นอน ! “ฝ่ายค้าน” งัดม.152 ซักฟอก “รัฐบาล” เปิดศักราชใหม่ พรรคฝ่ายค้านไม่รอให้ รัฐบาลได้หายใจ หายคอ เพราะได้มีการวางแผนการเล่น เตรียมใช้กลไกนิติบัญญัติ ยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เพื่อตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร วางเป้าหมายเพื่อให้รัฐบาลมาแถลงข้อเท็จจริงวิกฤตต่างๆ การประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา นำทีมโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ,พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ,วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และ นิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ร่วมประชุมพร้อมกับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านภายใต้ชื่อ “ฝ่ายค้านรวมใจ สรรค์สร้างชีวิตใหม่เพื่อประชาชน” ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค การประชุมครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่ายยาวถึงความผิดพลาด ล้มเหลวของรัฐบาลด้วยกันทั้งสิ้น9ประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การฟื้นเศรษฐกิจ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ฝ่ายค้านจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่ลงมติ ทั้งนี้คาดว่าหลังปีใหม่จะหารือร่วมกัน ถ้ายื่นได้ก่อน ม.ค. ปี 2565 การอภิปรายจะเกิดขึ้นหลังเทศกาลตรุษจีนได้ หรือปลายสัปดาห์แรกของเดือน ก.พ. ปี 2565 ลุ้นระทึก ! สภาฯล่ม จ้องคว่ำ “รัฐบาล” เกมการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ดูจะกลายเป็น “โจทย์ใหญ่” ที่ทำเอาให้ฝ่ายรัฐบาลอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “ติดหล่ม” มาโดยตลอด ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงข้างมากกว่า ฝ่ายค้าน แต่กลับต้องเจอปัญหา “องค์ประชุมไม่ครบ” จนมีอันต้องล่มมาแล้วหลายนัด หากนับจากวันที่มีพระราชกฤษฎกาเปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 พ.ศ.2564 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.64 เป็นต้นมา พบว่าสถิติ สภาฯล่ม เกิดขึ้นถึง 4 ครั้งในเวลาเพียง 1เดือนครึ่ง ! ทั้งที่รัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่เปลี่ยนตัว “ประธานวิปรัฐบาล” มาเป็น “นิโรธ สุนทรเลขา” ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ อีกทั้งยังให้มีการประชุมวิปรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล แทนที่รัฐสภา แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาสภาฯล่มได้ มิหนำซ้ำ ยังดูเหมือนว่า งานนี้ นิโรธ ยัง “คุมไม่อยู่” ดังนั้นหมายความว่า ในการประชุมสภาฯที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลอยู่ในฝ่ายเสียเปรียบ จึงต้องลุ้นกันในปีนี้ 2565ว่า เมื่อมีกฎหมายสำคัญเข้าสู่การพิจารณาของสภา ฯ โดยเฉพาะกฎหมายการเงิน เพราะหากกฎหมายไม่ผ่านสภาฯ เท่ากับว่านายกฯอาจจะแสดงความรับผิดชอบ และหากมองต่อไปในช็อตข้างหน้า อย่าลืมว่า เมื่อเสียงจากฝ่ายรัฐบาลที่ไม่เป็นเอกภาพนั้น ยังจะไปกระทบต่อ ความแข็งแกร่ง เก้าอี้นายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันใดมีการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯและรัฐมนตรี โดยมีการลงมติต้องใช้คะแนนโหวตไว้วางใจ ขึ้นมา ปัญหาสภาฯล่มที่เกิดขึ้นซ้ำซาก อีกมุมหนึ่งยังเป็นการสะท้อนถึงความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่จนถึงบัดนี้ยังเคลียร์กันไม่ลงตัว ระหว่างขั้วของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรค กับขั้วอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งฝ่ายของร.อ.ธรรมนัส ยังมีอิทธิพลต่อส.ส.ในพรรค จนถูกเชื่อมโยงและตั้งข้อสังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัส มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นในปีนี้ 2565 จึงต้องลุ้นไปกับรัฐบาลว่าจะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร ? ระเบิดศึก เลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.” แรงกดดันจากหลายพรรคการเมือง ที่พุ่งไปยัง รัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ จี้ให้เร่งตัดสินใจประกาศออกมาให้ชัดว่า จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนใหม่ต่อจาก “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าฯกทม. คนปัจจุบัน ที่ทำงานมาเกิน 7ปี ตามคำสั่งของคสช. เมื่อใด ที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยระบุว่า “ รอให้บ้านเมืองสงบก่อน” ต้องประกาศ ว่า อาจจัดได้ไม่เกินกลางปี 2565 พร้อมกับจัดการเลือกตั้ง สก.ในคราวเดียวกัน “ ไม่เกินกลางปีหน้า ผมไม่ต้องการดึงอะไรไว้ทั้งสิ้น ปล่อยได้ก็ปล่อยหมด ทำไงจะแก้ปัญหาที่ค้างคาได้ ผู้ว่าฯ คนใหม่ก็ต้องแก้ปัญหานี้ด้วย ทำงานตอบสนองประชาชนให้ดีละกัน” (14 ธ.ค.64) เมื่อมีสัญญาณชัดเจนว่า ในราวกลางปีนี้คนกทม. จะได้ออกไปใช้สิทธิ์หย่อนบัตรเลือกตั้ง เลือกพ่อเมืองคนใหม่ ก็ปรากฏว่าบรรดาพรรคการเมือง ต่างพากันทยอยเปิดตัว “ว่าที่ผู้สมัคร” กันอย่างคึกคัก ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชู “ดร.เอ้” ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ สวมเสื้อพรรคสีฟ้า ลงสู้กับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เปิดตัวก่อนใครเพื่อนมาตั้งแต่ปี 2562 ในนามอิสระ เพราะชัชชาติ รู้ว่าหากเมื่อใดที่ลงสมัครนามพรรคเพื่อไทย ต้นสังกัดเดิม โอกาสชนะ ดูจะเป็นไปได้ยาก ส่วนพรรคก้าวไกล ขอส่ง ดารานักแสดงที่มีแนวคิดในทิศทางเดียวกับกับกลุ่มผู้ชุมนุมในนาม “ม็อบราษฎร” สวมเสื้อสีส้ม ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ก่อนสิ้นปี2564 ที่ผ่านมา แต่สำหรับพรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐ กลับประสบปัญหาใหญ่ คือการที่หาผู้สมัครลงในนามพรรคไม่ได้แม้จะเคยทาบทาม “ผู้ว่าฯหมูป่า” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ด้วยหวังว่าจะสร้างคะแนนนิยม สู้กับชัชชาติและสุชัชวีร์ ได้ แต่สุดท้าย ณรงค์ศักดิ์ ออกมาปฏิเสธว่า จะขออยู่ในราชการจนเกษียณอายุ “ วันนี้ทะเบียนบ้านของผม เลขที่ 26 เทพประทุม ต.บางปลอด อ.เมือง จ.ปทุมธานี ถ้าอยู่ตรงนี้ ณ วันนี้เราเชื่อว่าคุณสมบัติเป็นไปไม่ได้ แต่คงไม่ตอบเอง ท่านไปเสิร์ชดีกว่า เพราะสื่อหลายคนก็เสิร์ชอยู่แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะสมัครผู้ว่าฯ กทม. ขอบคุณพี่น้องหลายคน ผู้ใหญ่ใจดีหลายคน พยายามทาบทาม ชักชวน หรือให้เกียรติเราในตรงนั้น” ( 14 ธ.ค.64) แม้สนามกทม.ยังไม่เป็นอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่าบรรยากาศ และความคึกคัก การต่อสู้ทางการเมือง กำลังส่งสัญญาณ ว่าในราวกลางปีนี้ ดุเดือดแน่นอน !