วุฒิฯฉลุย! มติ 145 ต่อ 5 ผ่านงบฯ 70 “อนุทิน” บินด่วนร่วมสภาขอบคุณ สว. ลั่นใช้งบโปร่งใสตรวจสอบได้
วันที่ 11 ก.ย. 2569 ในการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ภายหลังจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้น ต่อมานายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า งบประมาณปีนี้เป็นงบประมาณปีแรกที่รัฐบาลนี้ได้ดำเนินการจัดทำ เห็นว่าหากจัดการงบประมาณแบบเดิมภายใน 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยเหตุผลหนึ่งคือภาระงบประมาณในแต่ละปี โดยเฉพาะงบที่เป็นงบรายจ่ายประจำสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีการบริหารจัดการ ซึ่งจ่ายประจำมีทั้งเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยต่างๆที่เป็นภาระผูกพันก้อนนี้มีแต่จะเติบโตขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องตั้งเงินบางส่วนในงบกลางเรียกว่าเงินเลื่อนขั้น เพราะฉะนั้นจึงจะต้องเริ่มในการที่จะปฏิรูประบบราชการ ซึ่งถือเป็นส่วนใหญ่ในสัดส่วนของเงินรายจ่ายประจำของรัฐ
นายภราดร กล่าวต่อว่า ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ปีนี้ได้รับงบประมาณเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ไม่ใช่เพราะตามที่ครหาว่าเป็นเพราะกระทรวงลูกเทพหรือไม่จึงได้รับเงินเพิ่มขึ้น แต่มีภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่ต้องนำงบไปลงที่กระทรวงดีอี โครงการนั้นคือโครงการGDCC โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์กลางของประเทศไทย ที่ให้บริการหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีหน่วยงานที่จะมาขอใช้พื้นที่คลาวด์ ทั้งหมดประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท กระจายไปตามหน่วยงานต่างๆของทางกระทรวงดีอี จึงคิดว่าควรจะต้องมีคลาวด์ภาครัฐ ขึ้นมาเพื่อที่จะให้ทุกหน่วยงานมารวมศูนย์อยู่ที่นี่และเช่าใช้คลาวในที่เดียวเพื่อลดจำนวนงบประมาณลง ซึ่งงบประมาณตั้งไว้ 6,000 ล้านบาทหายไปถึง 3,000 ล้านบาทซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณของแผ่นดินมากกว่าที่จะไปให้หน่วยงานอื่นๆใช้แบบกระจัดกระจาย
จากนั้นเวลา 15.30 น.ประธานบุญส่งแจ้งว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มาร่วมในห้องประชุมแล้ว เมื่อไม่มีผู้อภิปราย จึงแจ้งให้ลงมติว่าจะเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯปี 70 หรือไม่ ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นขอบด้วยคะแนน 145 เสียงต่อ 5 งดออกเสียง 12 แสดงว่าที่ประชุมเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ดังกลาว
ต่อมาเวลา 15.39 นายกฯ กล่าวว่า ตนเพิ่งเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจ ณ นอร์เวย์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถมาร่วมรับฟังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้ตั้งแต่ต้นเนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศ แต่มีความตั้งใจเต็มที่ที่จะเดินทางมาขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านด้วยตัวเองเพื่อเป็นการให้เกียรติอย่างยิ่ง
"ขอขอบคุณท่านสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2570 ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐให้ตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า ข้อคิดเห็น คำแนะนำ และข้อห่วงใยต่างๆ ที่สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายไว้ตลอดระยะเวลาการประชุม รัฐบาลขอรับไว้ด้วยความขอบคุณยิ่ง และจะนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณปี 2570 อย่างเต็มประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่ได้เสียสละและร่วมกันพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี รวมถึงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งรัฐบาลจะนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ
นายกฯ ให้ความมั่นใจแก่สมาชิกวุฒิสภาว่า นโยบาย มาตรการ และงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กำหนดไว้ โดยรัฐบาลจะกำกับดูแลการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล มุ่งผลสัมฤทธิ์ และที่สำคัญคือ "ต้องตรวจสอบได้" ตามนโยบายที่วางไว้ เพื่อนำพาประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตอบสนองเจตนารมณ์ของรัฐบาลและความมุ่งปรารถนาดีของ สว. ทุกท่าน
จากนั้นประธานสั่งปิดประชุมเวลา 15.44 น.
อย่างไรก็ตามที่ประชุมวุฒิสภาใช้เวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 70 ประมาณ 6 ชั่วโมงกว่า