- โฆษณา -

กมธ.งบฯ วุฒิสภา จี้ติดตามงบ 350 ล้าน แก้ปม “ปลาหมอคางดำ” หลังศาลสั่งจัดการใน 180 วัน

การเมือง11 ก.ย. 2569 • 15:23 น.
กมธ.งบฯ วุฒิสภา จี้ติดตามงบ 350 ล้าน แก้ปม “ปลาหมอคางดำ” หลังศาลสั่งจัดการใน 180 วัน

กมธ.งบประมาณวุฒิสภา ติดตามงบแก้ปลาหมอคางดำ 350 ล้าน หลังศาลสั่งจัดการใน 180 วัน

วันที่ 11 ก.ย.69 ที่รัฐสภา นายศุภโชค ศาลากิจ ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา แถลงข่าวเรื่องข้อสังเกตการติดตามงบประมาณแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ภายหลังคำพิพากษาศาลปกครอง โดยระบุว่าตนได้ติดตามปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา พร้อมทั้งร่วมผลักดันและรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมถึงติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด

ทั้งนี้ขอแสดงความยินดีกับประชาชนที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองและศาลแพ่ง จนนำไปสู่คำพิพากษาที่ถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหา พร้อมขอบคุณสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและอยู่เคียงข้างประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด

- โฆษณา -

นอกจากนี้ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ยังได้กล่าวขอบคุณประชาคมคนรักแม่กลองและประชาชนในพื้นที่ซึ่งร่วมกันติดตามปัญหาปลาหมอคางดำมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมของภาคประชาชน สำหรับประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามภายหลังคำพิพากษาของศาลมีอยู่ 2 เรื่องหลัก คือการดำเนินการตามคำพิพากษาที่กำหนดให้กรมประมงต้องแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำตามแผนปฏิบัติการปี 2567-2570 ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 180 วัน

โดยตั้งข้อสังเกตว่าจากเดิมที่ภาครัฐกำหนดแผนดำเนินการไว้ 4 ปี ด้วยกรอบงบประมาณประมาณ 450 ล้านบาท แต่ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอขอใช้งบกลางประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการเร่งด่วนภายใน 180 วัน จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการใช้งบประมาณจำนวนดังกล่าวจะเกิดประสิทธิภาพและสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่

ในส่วนของมาตรการทางเทคนิค นายศุภโชคแสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการเร่งจับปลาหมอคางดำ โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ว่าจะสามารถกำจัดได้ครอบคลุมทั้งปลาขนาดใหญ่ ไข่ และลูกปลาขนาดเล็กหรือไม่ รวมถึงมาตรการอื่นๆ อาทิ การปล่อยปลานักล่า การแปรรูป การเฝ้าระวัง การมีส่วนร่วมของประชาชน การใช้นวัตกรรม และการฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งทั้งหมดต้องดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กรอบเวลา 180 วัน

ตลอดจนการเยียวยาประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้กระทรวงมหาดไทยและจังหวัดสมุทรสงครามดำเนินการเกี่ยวกับการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติและการเยียวยา จึงยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่จะใช้พิจารณาว่าพื้นที่ใดเข้าข่ายเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และประชาชนกลุ่มใดจะได้รับเงินเยียวยาอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันยังมีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงความลักลั่นของเกณฑ์การประกาศพื้นที่ระบาดในอดีต เนื่องจากกรมประมงเคยสุ่มตรวจพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามและพบปลาหมอคางดำประมาณ 8 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ 10 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร จึงไม่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ระบาดในขณะนั้น ดังนั้นจึงต้องติดตามว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติและการเยียวยาประชาชนในครั้งนี้อย่างไร

รวมถึงในพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบด้วย โดยนายศุภโชคย้ำว่าการใช้งบประมาณต้องเกิดความคุ้มค่าและไม่สูญเปล่า โดยเฉพาะมาตรการปล่อยปลานักล่าที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณตัวละ 10 บาท คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา จึงขอให้ประชาชนร่วมกันติดตามการดำเนินงานของภาครัฐ โดยคณะกรรมาธิการฯ พร้อมจะติดตามการใช้งบประมาณและร่วมมือกับประชาชนเพื่อให้การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม