- โฆษณา -

"รัชนีกร" ชำแหละงบ 70 ซัดไทยโตต่ำรอบ 35 ปีกลายเป็น "คนป่วยเอเชีย" จี้รัฐบาลแก้ยอดรายได้ไม่พอจ่าย-เลิกทะเลาะ

การเมือง11 ก.ย. 2569 • 13:41 น.
"รัชนีกร" ชำแหละงบ 70 ซัดไทยโตต่ำรอบ 35 ปีกลายเป็น "คนป่วยเอเชีย" จี้รัฐบาลแก้ยอดรายได้ไม่พอจ่าย-เลิกทะเลาะ

วันที่ 1 ก.ย. 2569 ในการประชุมวุฒิสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา จากนั้นน.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า การวางแผนงบประมาณชาติเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องร่วมมือกันหาทางออก เพื่อไม่ให้ประเทศต้องกู้เงินมาชดเชยงบประมาณที่ไม่เพียงพอในอนาคต พร้อมย้อนมองอดีตหลังปี 2534 ยุคเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ที่ประเทศไทยเคยถูกขนานนามว่าเป็น "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย" ทว่าตลอด 35 ปีที่ผ่านมา กลับเติบโตต่ำและกลายเป็น "คนป่วยของเอเชีย" ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของภาครัฐ ทั้งรัฐบาล สส. และ สว. ที่ยังไม่สามารถผลักดันประเทศให้เท่าทันนานาอารยประเทศได้

น.ส.รัชนีกร กล่าวต่อถึงโครงสร้างรายได้ว่า ปัจจุบันรายได้ประชากรไทยอยู่ที่ประมาณ 22,000 บาทต่อเดือน จัดอยู่ในระดับกลางของภูมิภาค แต่ค่าแรงขั้นต่ำกลับอยู่อันดับท้ายๆ พร้อมตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับรายได้แรงงานให้เทียบเท่าประเทศพัฒนาแล้วอย่าง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น รวมถึงสะท้อนภาพเปรียบเทียบค่าตอบแทนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้บริหารระดับสูง เพื่อดึงดูดคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาวางรากฐานเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า สส. และ สว. ควรเลิกมัวแต่ทะเลาะหรือถกเถียงกันในเรื่องเล็กน้อยอย่างประเด็นอาหารการกิน แต่ควรหันมาเน้นผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

สำหรับโจทย์สำคัญของงบประมาณปี 70 คือ "รายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย" รัฐบาลจึงมีหน้าที่ตรวจสอบและหาแนวทางเพิ่มรายได้ พร้อมลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมเสนอแนะให้ปฏิรูปภาษี ส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีมูลค่าสูงและธุรกิจบันเทิง รวมถึงการปฏิรูปลดขนาดภาครัฐ จัดระเบียบกำลังคนจากข้าราชการและพนักงานรัฐที่มีอยู่ราว 3 ล้านคน โดยมองว่าควรตัดลดโครงการที่ไม่จำเป็นออก แทนการชะลอการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ

- โฆษณา -

"รัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ อย่าแก้ที่ปลายเหตุ ทำงานอย่างมีสตรัคเจอร์และยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ตามแก้ปัญหารายวัน พร้อมทั้งต้องควบคุมการทุจริตภาครัฐให้อยู่หมัด เพื่อป้องกันการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินและความเดือดร้อนของประชาชน" น.ส.รัชนีกร กล่าว