สภาฯ เดือด! “พริษฐ์” ถล่มงบ กกต. 2.7 พันล้าน อัดท่อน้ำเลี้ยง ‘อาชญากรรมประชาธิปไตย’ ด้าน “ศุภชัย” สวนแรง ก่อนยอมถอนคำพูด
วันที่ 10 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 เป็นการพิจารณามาตรา 32 งบประมาณขององค์กรอิสระ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านและเสนอตัดงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2,700 ล้านบาท โดยระบุว่า งบประมาณดังกล่าวควรถูกใช้เพื่อความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่จากพฤติกรรมที่ผ่านมา ตนไม่มั่นใจว่างบนี้จะถูกนำไปใช้ปกป้องประชาธิปไตย หรือกลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุน "อาชญากรรมทางประชาธิปไตย" กันแน่
นายพริษฐ์ ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการเลือก สว. ที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการปล่อยปละละเลยให้มีโพยภายในสถานที่เลือกตั้ง ตลอดจนผลการสอบสวนของคณะกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 (กกต. ร่วมกับ DSI) ซึ่งรวบรวมหลักฐานกว่า 90,000 หน้า และเห็นควรฟ้องผู้เกี่ยวข้อง 229 คน โดยในจำนวนนี้เป็น สว. ถึง 138 คน รวมถึง สส. รัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยอีก 21 คน แต่กลับมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ขึ้นมาเพื่อยกคำร้องทั้งหมด

“หากผลลัพธ์ของการตรวจสอบทุจริตออกมาในลักษณะนี้ ก็ควรตัดงบประมาณสืบสวนสอบสวนออกทั้งหมด เพราะตั้งแค่งบค่าโทรศัพท์ไปที่บุรีรัมย์ไม่กี่สาย ก็คงได้คำตอบแบบเดียวกัน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ข้อมูลที่นายพริษฐ์นำมาอภิปรายเป็นเอกสารในสำนวนคดี พร้อมกล่าวโต้ตอบว่า ตนไม่อยากเถียงกับเด็ก และเตือนว่าอย่าฮึกเหิม ทำให้ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วงประธานสภาฯ ทันทีว่า คำพูดดังกล่าวเข้าข่ายเสียดสีและขัดต่อข้อบังคับการประชุม ส่งผลให้ นายศุภชัย ยอมถอนคำพูดในที่สุด
ขณะที่ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และขอให้รอผลการชี้ขาดจาก กกต. ไม่ควรเร่งรีบกล่าวหาพรรคให้ได้รับความเสียหาย

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า กระบวนการได้มาซึ่ง สว. อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การทำงานของ กกต. เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและมีความเป็นอิสระ ส่วนงบประมาณฝึกอบรมด้านการสอบสวนนั้น เชื่อว่าจะถูกใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ทำให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า การพิจารณางบประมาณในวาระที่ 2 เป็นการตั้งคำถามต่อคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เราสามารถนำเสนอเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมากได้ หนึ่งในหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมาธิการใช้ในการพิจารณางบประมาณคือ ดู ว่าการให้งบประมาณในแต่ละหน่วยรับงบประมาณมีความเหมาะสมหรือไม่ การพิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการวิสามัญต้องพิจารณาว่า งบประมาณที่ให้ไปหน่วยงานสามารถทำได้ตามตัวชี้วัดหรือไม่ สมาชิกสามารถตั้งคำถามและอภิปรายเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ กกต.ได้ ตราบใดที่สามารถทำหน้าที่ตั้งคำถามกับ กกต.ไม่เป็นไปตามตัวชี้วัดได้

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แต่ไหนแต่การอภิปรายในวาระที่ 2 สิทธิผู้แปรญัตติในการปรับลดงบประมาณ ไม่จำเป็นต้องเจาะจงโครงการเสมอไป เชื่อว่าหากท่านตีความว่าต้องระบุโครงการสภาฯ ก็ทำผิด เพราะให้มากรอกเปอร์เซ็นต์ ในแบบฟอร์มว่ามาตรานี้ปรับลดกี่เปอร์เซ็นต์ หลักของการตรวจสอบในวาระที่ 2 หากเห็นว่าหน่วยรับงบประมาณไม่สมควรจะได้งบประมาณด้วยเหตุผลใดก็ได้ มันก็เป็นสิทธิ์ ทุกอย่างอยู่ในกรอบ แต่ถ้าพาดพิงถึงบุคคลภายนอกทำให้เกิดความเสียหายประธานก็มีความชอบธรรมในการควบคุมการประชุม ส่วนคณะกรรมาธิการที่มาทักท้วงว่าจะต้องมาระบุโครงการคงต้องไปต่อว่าสภาฯ ตั้งแต่ต้น
ทำให้น.ส.มัลลิกา ในฐานะประธานในที่ประชุม จึงกล่าวว่า ไม่ได้จะให้ระบุเป๊ะ ๆ ว่าปรับลดกี่เปอร์เซ็นต์ แต่การอภิปรายในวาระ 2 ต้องแตกต่างจากวาระแรกที่พูดภาพรวมทั่วไป