- โฆษณา -

“พนิดา” ติงศาลรัฐธรรมนูญใช้งบ 7.9 ล้าน จัดหลักสูตรปั้นเครือข่ายระดับสูง ตั้งถามประชาชนได้อะไร

การเมือง10 ก.ย. 2569 • 14:29 น.
“พนิดา” ติงศาลรัฐธรรมนูญใช้งบ 7.9 ล้าน จัดหลักสูตรปั้นเครือข่ายระดับสูง ตั้งถามประชาชนได้อะไร

วันที่ 10 ก.ย.2569 เวลา 11.50 น. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ในส่วนของมาตรา 31 หน่วยงานศาล วงเงิน 8,690 ล้านบาท น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายขอตัดงบประมาณโครงการอบรมหลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย (นรป.) รุ่นที่ 15 ของศาลรัฐธรรมนูญ วงเงิน 7.9 ล้านบาท สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 52 คน

น.ส.พนิดากล่าวโจทก์ถึงความไม่เหมาะสมของโครงการดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการนำภาษีอากรของประชาชนมาใช้จัดกิจกรรมลักษณะแฮงก์เอาต์ เพื่อสร้างเครือข่ายระดับสูงให้กับผู้มีอำนาจ พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและตัวชี้วัดความสำเร็จว่า ประชาชนได้รับประโยชน์อันใดจากโครงการนี้ หรือมีความเข้าใจกระบวนการทางรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้นเพียงใด ในเมื่อสิ่งที่ประจักษ์คือกลุ่มคน 52 คน ได้เข้ามาผนวกตัวเป็นเครือข่ายระดับสูงของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเน้นย้ำว่าองค์กรตุลาการควรวางตัวให้ห่างเหินจากการสร้างเครือข่ายลักษณะนี้ เพื่อไม่ให้ต้นทุนความน่าเชื่อถือด้านกระบวนการยุติธรรมต้องสั่นคลอนหรือลดลง

สส.พรรคประชาชน ยังได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า รายชื่อของผู้เข้ารับการอบรมส่วนใหญ่ประกอบด้วยนักการเมือง ตำรวจ อัยการ เจ้าหน้าที่จากองค์กรอิสระ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน รวมถึงบุคคลสำคัญระดับประเทศ อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ พ.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ซึ่งเคยผ่านการอบรมในหลักสูตรดังกล่าวเช่นกัน

- โฆษณา -

นอกจากนี้ น.ส.พนิดายังเปิดเผยถึงเบื้องหลังของงบประมาณก้อนดังกล่าวว่า เคยถูกตัดทิ้งทั้งก้อนมาแล้วในชั้นคณะอนุกรรมาธิการงบบูรณาการ แต่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้ยื่นอุทธรณ์ จนกระทั่งคณะกรรมาธิการฯ ยอมคืนงบประมาณให้ เนื่องจากมีหน่วยงานส่งตัวแทนจากพรรครัฐบาลเข้ามาเจรจาต่อรอง ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากศาลรัฐธรรมนูญมีความประสงค์จะเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ทางพรรคพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ แต่หากนำภาษีประชาชนมาใช้เพื่อสร้างเครือข่ายระดับผู้นำให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้และไม่ควรเกิดขึ้น

ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบในมาตรา 31 ด้วยคะแนนเสียง 272 ต่อ 122 เสียง งดออกเสียง 47 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง