“เทพไท” ชี้ 4 ปรากฏการณ์ “กันยายนเดือด” จับตา 10-28 ก.ย. ลุ้นคดีฮั้ว สว.-เลือกตั้งโมฆะ
วันที่ 10 ก.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง ว่า...
4 ปรากฎการณ์ กันยายน เดือด!!!
สำหรับการเมืองในเดือนกันยายนนี้ ที่หลายคนบอกว่า เป็นกันยาอาถรรพ์บ้าง เป็นกันยาเดือดบ้าง เป็นกันยายนเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ้าง ถ้าจะพูดถึงสถานการณ์การเมืองของประเทศในปัจจุบัน ที่กำลังร้อนแรง อยากให้จับตาดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ 4 ปรากฏการณ์ คือ
1.วันที่ 10 กันยายน 2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศเดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อต่อต้านยิวเทา ที่สถานทูตประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นการชิมลาง หรือเป็นการเริ่มต้นของการชุมนุม เป็นการเซ็ตระบบเตรียมมวลชน และเพื่อเช็คกระแสว่า มีเสียงตอบรับ มีความพร้อมในการชุมนุม หรือจัดม็อบหรือไม่
2.วันที่ 13 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ประกาศเชิญชวนประชาชน ผู้สนับสนุนได้แสดงออกทางการเมือง โดยนัดการเดินจากที่ทำการสำนักงานไอลอว์ ไปที่หอศิลป์ฯปทุมวัน ซึ่งเป็นการแสดงพลังการเมืองนอกสภาของพรรคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาชนพยายามหลีกเลี่ยงการเมืองบนท้องถนน จะใช้วิธีการสู้ในสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนไป การแสดงออกทางการเมืองเพื่อสร้างพลังกดดันการทำหน้าที่ และการตัดสินใจในคดีฮั้วส.ว.ของคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) มีความจำเป็นจะต้องแสดงออก และเชิญชวนประชาชนเพื่อแสดงพลังกดดันกกต.
3.วันที่ 14 กันยายน 2569 เป็นวันที่คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.)นัดประชุม เพื่อลงมติคดีฮั้วส.ว. ซึ่งแนวทางที่มีความเป็นไปได้ น่าจะออกมา3ทางคือ 1.สั่งไม่ฟ้องเลย ยกคำร้องทั้งหมด ไม่มีการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 คนตามความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 26 แต่จะสั่งไม่ฟ้องตามความเห็นของอนุกรรมการชุดที่ 36 2.ฟ้องบางส่วน เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นทางการเมือง อาจจะฟ้องบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทางการเมืองหรือ ฝ่ายการเมืองที่เป็นตัวการใหญ่ หรือที่เรียกว่าฟ้องเฉพาะสีน้ำเงินจางๆปลาซิวปลาสร้อย และตัดจบไม่ให้ถึงตัวการใหญ่ฝ่ายการเมือง ที่บงการอยู่จำนวน 91 คน 3.กกต.รับฟังความเห็นของประชาชนและกระแสสังคม ต้านแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว จึงส่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วส.ว.จำนวน 229 คนให้ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งทั้งหมด เป็นการโยนเผือกร้อนและไปสู่การพิจารณาศาลฎีกา ซึ่งเป็นเป้าหมายของประชาชนส่วนใหญ่ทางประเทศ ที่ต้องการให้ศาลฎีกาเป็นผู้ตัดสินคดีนี้มากกว่าคณะกรรมการเลือกตั้ง 4.คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) อาจจะซื้อเวลาต่อไป โดยการเลื่อนประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้การประชุมผ่านวันที่ 28 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดีเลือกตั้ง การพิมพ์คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้
4.วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีการนัดฟังคำวินิจฉัยคดีพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่ และจะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งสามารถล่วงรู้ได้ว่า ใครลงคะแนนหรือเป็นบัตรของใคร ก็อาจจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หรือถ้าหากศาลเห็นว่าการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งไม่สามารถทำให้ล่วงรู้ว่า ใครเป็นคนลงคะแนนให้ใคร ก็อาจจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ และถ้าหากสถานการณ์การเมือง ร้อนแรง ก็อาจจะทำให้เป็นเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญ สามารถหาทางลง และหาทางออกให้กับประเทศได้
เพราะฉะนั้นต้องจับดูห้วงเวลาตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนถึงวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่าสถานการณ์การเมืองจะร้อนแรงมากน้อยเพียงใด การเมืองจะเข้มข้นหรือไม่ และประชาชนทั้งประเทศแสดงออกทางการเมืองกดดันรัฐบาล กดดันการทำหน้าที่ของกกต.หรือไม่ ถ้าหากว่าสถานการณ์ทางการเมืองถึงทางตัน เกิดเดตล็อคทางการเมือง เกิดความวุ่นวายทางการเมือง วันที่ 28 กันยายน มติของศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็นตุลาการภิวัฒน์ครั้งที่3 วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เป็นการเซตซีโร่ทางการเมือง และส่งคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองใหม่อีกครั้งหนึ่ง
#เทพไท #กันยายนเดือด #การเมืองไทย #คดีฮั้วสว #กกต #ศาลรัฐธรรมนูญ #เลือกตั้ง #เลือกตั้งโมฆะ #การเมืองร้อน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline
- โฆษณา -
แท็กที่เกี่ยวข้อง