- โฆษณา -

“ศุภชัย” ชี้การเมืองแทรกแซง DSI ปมคดีฮั้ว สว. ย้ำยึด “กกต.” ชี้ขาดตามกฎหมาย

การเมือง9 ก.ย. 2569 • 18:49 น.
“ศุภชัย” ชี้การเมืองแทรกแซง DSI ปมคดีฮั้ว สว.  ย้ำยึด “กกต.” ชี้ขาดตามกฎหมาย

วันที่ 9 ก.ย.69 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณมาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม ว่า เมื่อสักครู่ฝ่ายค้านอภิปรายถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดิมตนตั้งใจอภิปรายหน่วยงานอื่น แต่ขอเปลี่ยนมาอภิปรายเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ดีเอสไอเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจพิเศษอย่างที่ สส. ฝ่ายค้านอภิปราย ซึ่งมีเครื่องมือพิเศษ มีบุคลากรเฉพาะทาง และได้รับงบประมาณจากประชาชน เพื่อจัดการกับอาชญากรรมที่มีความซับซ้อน เมื่อดีเอสไอมีอำนาจเท่าไหร่ การใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง เป็นกลาง และอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า เมื่อตนได้ฟังฝ่ายค้านพูดประโยคว่า ดีเอสไอเป็นเครื่องมือรับใช้ทางการเมืองหรือไม่ เรื่องนี้คิดตรงกันเลย เพราะความจริงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะนั้นคือการเมืองไปแทรกแซง เป็นผลให้คดีทั้งหลายที่กำลังพูดกันอยู่

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า คดีฮั้ว สว.ก็เริ่มต้นมาจากดีเอสไอ ถูกการเมืองและอำนาจการเมืองเข้าไปแทรกแซง ความจริงที่พิสูจน์กันได้คือคดีฮั้วสว. เริ่มต้นในรัฐบาลอื่นที่ไม่ใช่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยก่อนหน้านั้นมีการสืบสวนทางลับ และตั้งเป้าพยายามดึงให้เรื่องทั้งหลายเป็นคดีพิเศษ เสนอเข้าคณะกรรมการพิเศษหลายครั้ง ซึ่งผลคืออัยการก็ไม่เห็นด้วยในการตั้งข้อกล่าวหาบางข้อ สุดท้ายคีย์เวิร์ดที่ท่านนำเสนอไม่ตรง ไม่ใช่เรื่องที่อัยการบอกว่าคดีนั้น เป็นคดีที่เป็นขบวนการเป็นอาชญากรรมระดับชาติ 

- โฆษณา -

"ความจริงของคดีคือ ดีเอสไอไม่มีอำนาจและการส่งคดีต้องรอฟังผลคดีจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน จึงจะสรุปว่าคดีฟอกเงินหรือซ่องโจรจะดำเนินการได้หรือไม่ ทั้งนี้กระบวนการมีจำนวนมาก อย่านำเฉพาะถ้อยคำที่ชอบใจมาเปิดเผย หรืออย่ามาพูดว่าดีเอสไอจะถูกแทรกแซง หากไม่สนองนโยบายฝ่ายการเมือง ทั้งนี้คดีนี้ที่ดีเอสไอเริ่มทำ ถูกสงสัยตั้งแต่ต้นว่าการเมืองแทรกแซงหรือไม่ หากมีการแทรกแซง ทำสำนวนบิดเบือนจนเชื่อว่าเป็นจริง ถึงจุดที่ต้องพิสูจน์โดย กกต. ในฐานะผู้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ" นายศุภชัย กล่าว