- โฆษณา -

“สามารถ” สอน “ไอซ์” เดือด! สภาไม่ใช่เวทีส่วนตัว ย้ำสิทธิ–เสรีภาพต้องมาคู่กติกา เพราะนี่คืออำนาจของประชาชน

การเมือง9 ก.ย. 2569 • 14:13 น.
“สามารถ” สอน “ไอซ์” เดือด! สภาไม่ใช่เวทีส่วนตัว ย้ำสิทธิ–เสรีภาพต้องมาคู่กติกา เพราะนี่คืออำนาจของประชาชน

วันที่ 9 ก.ย.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า...

“สามารถ” สอน “ไอซ์” : สภาหมื่นล้านคือสถานที่ชี้ชะตาประเทศ ไม่ใช่เวทีแสดงตามอำเภอใจ — ประชาธิปไตยต้องมีกติกา
 
กรณีเหตุการณ์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่คุณไอซ์ลุกขึ้นยืนและมีการโต้แย้งกับประธานในลักษณะว่า “ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาละเมิดสิทธิการยืนของดิฉัน” นั้น
 
ผมอยากชวนพี่น้องประชาชนมาทำความเข้าใจ “กติกาของสภา” กันให้ชัดครับ
 
ประชาธิปไตยให้สิทธิและเสรีภาพแก่ทุกคน แต่เมื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร การใช้สิทธิก็ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับการประชุมสภาเช่นเดียวกัน
 
สภาไม่ใช่สถานที่ที่ใครอยากพูดก็พูด อยากยืนก็ยืน หรือไม่พอใจคำวินิจฉัยแล้วจะสร้างกติกาขึ้นมาเอง
กติกามีอยู่แล้วครับ
 
ข้อ 9 — ประธานต้องวางตนเป็นกลาง
 
ต้องพูดให้เป็นธรรมว่า สมาชิกไม่ได้มีแต่หน้าที่ปฏิบัติตามประธาน ประธานสภาเองก็อยู่ภายใต้ข้อบังคับเช่นกัน
ข้อบังคับกำหนดหน้าที่และอำนาจของประธาน รวมถึงหลักสำคัญว่า ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่
ดังนั้น ถ้าสมาชิกเห็นว่าประธานปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง สมาชิกย่อมสามารถยก ข้อ 9 ขึ้นเป็นเหตุแห่งการประท้วงได้
 
ผมยืนยันว่า ประท้วงได้ครับ
 
แต่ต้องแยกให้ออกว่า
 
ข้อ 9 = ฐานเกี่ยวกับหน้าที่และความเป็นกลางของประธาน
 
ส่วน
การใช้สิทธิประท้วง = ต้องทำตามวิธีการและกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด
ไม่ใช่เพียงลุกขึ้นยืน แล้วถือว่าการยืนนั้นกลายเป็น “การประท้วงข้อ 9” โดยอัตโนมัติ
ข้อ 69 — การอภิปรายก็มีกติกา
 
การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน หรือซ้ำซาก และต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องถ้อยคำ กิริยา และการดำเนินการอภิปราย
 
คุณจะอภิปรายรัฐบาลหนักแค่ไหนก็ได้
 
คุณจะตรวจสอบรัฐมนตรีเข้มข้นแค่ไหนก็ได้
 
คุณจะเห็นต่างกับประธานก็ได้
 
แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกาฉบับเดียวกัน
 
การประท้วง — มีสิทธิ แต่ต้องใช้สิทธิให้ถูกวิธี
 
หากสมาชิกเห็นว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับ สมาชิกมีสิทธิประท้วง
 
หากเห็นว่าประธานไม่วางตนเป็นกลาง ก็สามารถยกข้อ 9 ขึ้นเป็นเหตุแห่งการประท้วง
 
แต่ต้องแสดงเจตนาประท้วงตามกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด เช่น การยืนและยกมือขึ้นพ้นศีรษะเพื่อขอใช้สิทธิ พร้อมระบุให้ชัดว่าประท้วงเรื่องใดและอาศัยข้อบังคับข้อใด
 
เมื่อประธานวินิจฉัยแล้ว กระบวนการประชุมก็ต้องดำเนินต่อไปตามข้อบังคับ
 
เพราะหากสมาชิกทุกคนสามารถสร้าง “วิธีประท้วงส่วนตัว” ขึ้นมาเอง ข้อบังคับการประชุมจะมีไว้ทำไม?
และนี่คือสิ่งที่ผมอยากย้ำที่สุด — ทำไมเราจึงต้องให้เกียรติสภา?
 
เพราะสภาแห่งนี้ ไม่ใช่ห้องประชุมธรรมดา
 
แต่เป็นสถานที่ซึ่งอำนาจของประชาชนทั้งประเทศ ถูกส่งผ่านมายังผู้แทนที่ประชาชนเลือกเข้ามา
สภาคือ “ที่ตั้งอำนาจ” และในขณะเดียวกันก็เป็น “ที่ตรวจสอบอำนาจ”
 
รัฐธรรมนูญวางหลักว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และการใช้อำนาจนั้นดำเนินผ่านองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
 
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงไม่ได้เข้ามานั่งในห้องประชุมในฐานะบุคคลธรรมดา
 
แต่เข้ามาในฐานะ “ผู้แทนของประชาชน”
 
เสียงที่กดลงคะแนนแต่ละครั้ง จึงไม่ใช่เพียงเสียงของ ส.ส. คนหนึ่ง แต่เป็นการใช้อำนาจที่ประชาชนมอบหมายผ่านระบบผู้แทน
 
สภาคือสถานที่ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี
 
ตามระบบรัฐสภา บุคคลจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ และสภาผู้แทนราษฎรมีบทบาทโดยตรงในการลงมติให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
 
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ
 
อำนาจในการตั้งผู้นำฝ่ายบริหาร เริ่มต้นจากเสียงของผู้แทนประชาชนในสภา
 
นี่คือความยิ่งใหญ่ของสภา
 
สภาคือหัวใจของอำนาจนิติบัญญัติ
 
กฎหมายที่ใช้บังคับประชาชนทั้งประเทศ ต้องผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติ
 
ร่างพระราชบัญญัติ
 
ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ
 
กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน
 
การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายสำคัญ
 
ทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของรัฐสภา
 
ทุกมาตราที่ผ่านออกไปสามารถกระทบชีวิต ทรัพย์สิน สิทธิ เสรีภาพ ภาษี และอนาคตของประชาชนหลายสิบล้านคน
นี่จึงไม่ใช่สถานที่สำหรับการแสดงละครทางการเมือง
 
สภาเป็นสถานที่ตั้งนายกรัฐมนตรีได้ — และสภาก็มีกลไกถอนความไว้วางใจจากนายกรัฐมนตรีได้เช่นกัน
นี่คืออีกด้านหนึ่งของระบอบรัฐสภา
 
ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 151 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะได้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด
 
เพราะฉะนั้น วันนี้เสียงในสภาสามารถสนับสนุนให้บุคคลหนึ่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
 
วันหนึ่ง หากรัฐบาลสูญเสียความไว้วางใจทางการเมือง เสียงในสภาก็มีกลไกตามรัฐธรรมนูญในการลงมติไม่ไว้วางใจได้
 
นี่คือระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ
 
แม้แต่เรื่องเงินของแผ่นดิน รัฐบาลก็ต้องกลับมาขอความเห็นชอบจากสภา
 
ร่างกฎหมายงบประมาณและกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ การใช้จ่าย และการบริหารเงินของประชาชน
 
หากกฎหมายสำคัญด้านการเงินของรัฐบาล โดยเฉพาะกฎหมายที่สะท้อนความเชื่อมั่นและความสามารถในการบริหารประเทศ ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา ย่อมเป็น ความพ่ายแพ้ทางการเมืองอย่างร้ายแรง และเกิดคำถามโดยตรงว่ารัฐบาลยังมีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะบริหารประเทศต่อไปหรือไม่
 
ในระบบรัฐสภา รัฐบาลจึงต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างเหมาะสม
 
เพราะ รัฐบาลจะบริหารประเทศโดยไม่ฟังเสียงของผู้แทนประชาชนไม่ได้
 
นี่คือเหตุผลที่ผมมองว่า
 
“สภาเป็นทั้งที่ตั้งอำนาจ และเป็นที่ตรวจสอบอำนาจ”
 
ที่นี่ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีได้
 
ที่นี่ออกกฎหมายให้คนทั้งประเทศได้
 
ที่นี่อนุมัติงบประมาณของแผ่นดินได้
 
ที่นี่ตรวจสอบรัฐบาลได้
 
และที่นี่มีกลไกตามรัฐธรรมนูญในการถอนความไว้วางใจจากรัฐบาลได้
 
อำนาจทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอาคารใหญ่โตหรือใช้งบประมาณก่อสร้างระดับหมื่นล้าน
 
แต่อำนาจของสภาศักดิ์สิทธิ์ในทางประชาธิปไตย เพราะต้นทางของอำนาจนั้นมาจากประชาชน
 
ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
 
ส.ส. เป็นเพียงผู้ที่ประชาชนมอบหมายให้เข้ามาใช้อำนาจผ่านระบบผู้แทน
 
ดังนั้น ทุกครั้งที่เดินเข้าสู่ห้องประชุม ต้องจำไว้ว่า
 
เก้าอี้ที่นั่ง ไม่ใช่เก้าอี้ของคุณ
 
ไมโครโฟนที่พูด ไม่ใช่เวทีส่วนตัวของคุณ
 
และอำนาจที่คุณใช้ ก็ไม่ใช่อำนาจส่วนตัวของคุณ
 
มันคืออำนาจของประชาชนทั้งประเทศ!
 
เพราะฉะนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควรเป็นคนกลุ่มแรกที่แสดงให้ประชาชนเห็นว่า
 
สิทธิต้องเดินคู่กับหน้าที่
 
เสรีภาพต้องเดินคู่กับความรับผิดชอบ
 
อำนาจต้องเดินคู่กับการตรวจสอบ
 
และประชาธิปไตยต้องเดินคู่กับกติกา
 
คุณจะเป็นฝ่ายค้านที่ดุดันก็ได้
 
คุณจะตรวจสอบรัฐบาลอย่างหนักก็ได้
 
คุณจะไม่เห็นด้วยกับประธานก็ได้
 
คุณจะประท้วงประธานก็ได้
 
แต่ต้องทำภายใต้ข้อบังคับฉบับเดียวกับที่ใช้กับสมาชิกทุกคน
 
เพราะถ้าคนที่มีหน้าที่ออกกฎหมายให้ประชาชนเคารพ กลับไม่เคารพกติกาของสภาเสียเอง
 
แล้วเราจะบอกให้ประชาชนเคารพกฎหมายได้อย่างไร?
 
สภาไม่ใช่เวทีละคร
 
สภาไม่ใช่สนามเด็กเล่น
 
สภาคือพื้นที่ใช้อำนาจของประชาชนผ่านผู้แทน
 
และประชาธิปไตยไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครทำอะไรก็ได้ตามใจ
 
อย่าให้การตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาทีในคูหาเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ต้องกลายเป็นความผิดหวังตลอดวาระครับ
 
สามารถ เจนชัยจิตรวนิช
 
อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
 
 
#สามารถ #ไอซ์ #สภาผู้แทนราษฎร #รัฐสภา #ประชาธิปไตย #กติกาสภา #ประธานสภา #การเมืองไทย #ฝ่ายค้าน #อำนาจประชาชน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline
- โฆษณา -