- โฆษณา -

'โสภณ' ผนึก 5 กระทรวงสู้วิกฤตเด็กเกิดน้อย โต้ 'ภัณฑิล' ยัน สส.ต้องซื้อข้าวกินเอง

การเมือง8 ก.ย. 2569 • 15:11 น.
'โสภณ' ผนึก 5 กระทรวงสู้วิกฤตเด็กเกิดน้อย โต้ 'ภัณฑิล' ยัน สส.ต้องซื้อข้าวกินเอง

วันที่ 8 ก.ย.69 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เปิดเผยความร่วมมือระหว่างรัฐสภากับ 5 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแก้ไขปัญหา "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ" ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญและเร่งแก้ไขอย่างเข้มข้น

นายโสภณระบุว่าข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวล โดยในปี 2567 มีจำนวนเด็กเกิดใหม่กว่า 800,000 คน แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2569 ตัวเลขกลับลดลงเหลือเพียง 400,000 คน นอกจากปัญหาจำนวนการเกิดไม่เพียงพอแล้ว ยังพบปัญหาด้านคุณภาพของเด็กที่เกิดมาในสภาวะที่ไม่พร้อม เช่น ครอบครัวติดยาเสพติด หรือครอบครัวขาดความอบอุ่น รัฐสภาจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางระดมสมองจาก 5 กระทรวงเพื่อหาทางออกร่วมกันแบบบูรณาการ ทั้งในด้านการประสานความรู้ การปรับปรุงระเบียบกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และการส่งเสริมทัศนคติที่ถูกต้องต่อการมีบุตร

"3 ปีที่ผ่านมา เมื่อปี 2567 เรายังมีการเกิดอยู่ที่หลัก 8 แสนกว่าคน แต่พอมาถึงปี 2569 เราเหลือเพียง 4 แสนคนเท่านั้น ซึ่งนอกจากจะเกิดไม่พอแล้ว คุณภาพยังด้อยอยู่ เช่น ครอบครัวติดยาเสพติด หรือขาดความอบอุ่น ฉะนั้นเราจึงต้องระดมสมองจาก 5 กระทรวงหลักมาทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ ทั้งการประสานความรู้และแก้ระเบียบกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อส่งเสริมทัศนคติของการมีบุตรอย่างจริงจัง"

- โฆษณา -

นายโสภณชี้แจงว่าสภาได้เปิดพื้นที่ให้มีการระดมสมองผ่านห้องสัมมนา 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ทัศนคติของการมีบุตร 2. สิทธิต่างๆ ที่เป็นหลักประกันของการมีบุตร 3. ด้านการศึกษา และ 4. การศึกษาระเบียบกฎหมายที่จะต้องแก้ไข โดยฝ่ายนิติบัญญัติจะเป็นหลักในการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรค พร้อมย้ำว่าหัวข้อ "วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ" นี้ ได้รับการเสนอแนะมาจากสื่อมวลชนที่เห็นว่าเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องทำควบคู่ไปกับการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งรัฐสภาตั้งใจให้การจัดสัมมนาในครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายอย่างมีระบบ เหมือนเช่นการจัดสัมมนาเรื่องยาเสพติดที่ผ่าน

ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 และ 3 นายโสภณระบุว่า ได้วางกรอบเวลาไว้ 3 วัน โดยได้หารือกับรองประธานรัฐสภาทั้ง 3 ท่าน เพื่อเตรียมขยายเวลาการประชุมในแต่ละวันให้ดึกขึ้น ซึ่งอาจเกินเที่ยงคืนตามที่แพลนไว้ แต่จะพยายามให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 3 วัน โดยขอความร่วมมือสมาชิกให้อภิปรายตรงตามวาระ ไม่ใช่อภิปรายเหมือนวาระรับหลักการ และขอให้วิปทั้งสองฝ่ายประสานงานกันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปัญหาปากท้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ที่สมาชิกให้ความสนใจอภิปรายจำนวนมาก

นอกจากนี้ ประธานรัฐสภาได้กล่าวถึงกรณีข้อร้องเรียนเรื่องสวัสดิการอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน สะท้อนปัญหาว่าสมาชิกปภิปรายจนดึก ไม่มีข้าวรับประทาน นายโสภณชี้แจงว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เนื่องจากหากจัดสวัสดิการให้ฟรีอาจถูกสังคมตำหนิว่านักการเมืองเข้ามาทำหน้าที่แต่รับข้าวฟรี แต่หากไม่มีให้สมาชิกก็ต้องซื้อเอง ซึ่งปัจจุบันในสภามีอาหารจำหน่ายแต่สมาชิกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

สำหรับบรรยากาศการประชุมที่มีการตั้งป้ายข้อความแสดงตัวเลขต่างๆ เช่น 44 หรือ 229 นายโสภณยอมรับว่าในช่วงแรกมีความสงสัยในความหมาย แต่เมื่อเข้าใจเจตนาแล้วก็ได้กำชับว่าไม่ให้นำขึ้นมาแสดงอีก เนื่องจากผิดข้อบังคับการประชุมที่ระบุว่าการนำวัตถุใดๆ มาแสดงในห้องประชุมจะต้องขออนุญาตประธานก่อน ซึ่งในวันนี้เหตุการณ์ทั่วไปถือว่าเรียบร้อยดีและได้รับความร่วมมือจากสมาชิกทุกคน