- โฆษณา -

“กรณ์” จี้รัฐปฏิรูปสหกรณ์ ดันโมเดล ‘ฟอนเทียร่า’ ตั้ง ‘บริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ’ แก้จนถาวร

การเมือง8 ก.ย. 2569 • 11:36 น.
“กรณ์” จี้รัฐปฏิรูปสหกรณ์ ดันโมเดล ‘ฟอนเทียร่า’ ตั้ง ‘บริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ’ แก้จนถาวร

​วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่สอง จากนั้นนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า รูปแบบการจัดสรรงบประมาณในปัจจุบันยังคงเป็นการทำงานแบบเดิมๆ และมีการปรับลดงบประมาณลง ทั้งที่ภาคการเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย จุดแข็งของภาคการเกษตรไทยคือความอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรมีความเชี่ยวชาญ และผลผลิตมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่ในท้ายที่สุดเกษตรกรไทยกลับยังคงประสบภาวะความยากจนเนื่องจากขายผลผลิตไม่ได้ราคา ปัญหาหลักเกิดจากโครงสร้างเกษตรกรส่วนใหญ่ที่เป็นรายย่อย (Smallholders) โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่ภาคอีสานที่ทำเกษตรแบบปัจเจกและมีที่ดินแปลงเล็ก ส่งผลให้ขาดอำนาจการต่อรอง ไม่สามารถสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) เข้าถึงแหล่งทุนได้ยาก ขาดงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงไม่สามารถสร้างแบรนด์หรือเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างแท้จริง

​นายกรณ์ กล่าว ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูประบบสหกรณ์ของไทย โดยยกบทเรียนความสำเร็จจากประเทศนิวซีแลนด์ ที่เคยปฏิรูปสหกรณ์โคนมรายย่อยนับร้อยแห่งมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว แล้วปรับโครงสร้างการบริหารจัดการในรูปแบบองค์กรธุรกิจภายใต้ชื่อ “ฟอนเทียร่า” (Fonterra) โมเดลดังกล่าวมุ่งเน้นการเปลี่ยนให้เกษตรกรรายย่อยเข้ามาร่วมเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งทำให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ 2 ต่อ 1.​สิทธิในการขายผลผลิตดิบในราคาที่เป็นธรรม และ2.​ส่วนแบ่งปันผลจากกำไรของบริษัท โดยมีทีมบริหารมืออาชีพทำหน้าที่วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การลดต้นทุน และการเจรจาการค้าระดับโลกกับองค์กรข้ามชาติอย่าง McDonald's ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง

​นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ภาพจิ๊กซอว์ทางยุทธศาสตร์สำหรับประเทศไทย โดยยกตัวอย่าง "ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้" ซึ่งเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) คุณภาพอันดับหนึ่งของโลกที่ปลูกได้เฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคอีสาน โดยเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้ทั้ง 5 จังหวัด เข้ามาถือหุ้นร่วมกันใน “บริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ” บริษัทดังกล่าวจะทำหน้าที่บริหารจัดการแบบครบวงจร ตั้งแต่การทำข้าวถุง การสร้างแบรนด์ระดับสากล การวิจัยพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่า และการทำการตลาดส่งออกทั่วโลก ซึ่งจะช่วยตัดกลไกพ่อค้าคนกลาง เพิ่มอำนาจต่อรอง และนำกำไรจากการส่งออกกลับมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่เกษตรกรผู้ถือหุ้นโดยตรง

- โฆษณา -

​“ข้าวหอมมะลิของเราเป็นข้าวที่ทั่วโลกยอมรับ มีคุณภาพอันดับหนึ่ง และมีแค่ 5 จังหวัดในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้เท่านั้นที่ปลูกได้ หากเราช่วยกันรวมตัวให้เกษตรกรชาวนาทั้ง 5 จังหวัด ร่วมกันเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเดียวที่ผูกขาดการผลิตและการจำหน่ายข้าวหอมมะลิ ทำข้าวถุง สร้างแบรนด์ วิจัยเพิ่มมูลค่า ลดต้นทุน รับซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม และทำหน้าที่ส่งออกสู่ตลาดโลก กำไรที่ได้ก็นำกลับมาแบ่งกันในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ นี่คือวิธีที่ผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างถาวร จึงขอฝากให้มีการจัดสรรงบประมาณและวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้” นายกรณ์ กล่าว