- โฆษณา -

“ณัฐชา” ซัดงบฯ ประมง 229 ล้าน สร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำอุดรฯ แขวะเป็น “ศูนย์แสดงอภินิหาร รมต.”

การเมือง8 ก.ย. 2569 • 10:25 น.
“ณัฐชา” ซัดงบฯ ประมง 229 ล้าน สร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำอุดรฯ แขวะเป็น “ศูนย์แสดงอภินิหาร รมต.”

วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่สอง

​การพิจารณาเริ่มต้นในมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 53,050 ล้านบาท โดย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณของกรมประมง ซึ่งได้รับงบประมาณรวม 4,800 ล้านบาท โดยพบว่าเป็นงบบุคลากรไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 2,400 ล้านบาท แต่งบประมาณส่วนที่เหลือกลับไม่ได้ถูกนำไปใช้ในภารกิจหลักเพื่อดูแลเกษตรกรอย่างตรงจุด กรมประมงกลับนำงบประมาณไปจัดทำโครงการที่ไม่จำเป็น คือการจัดตั้งศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ วงเงิน 229 ล้านบาท ที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นงบผูกพันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พร้อมตั้งคำถามกลางสภาว่า โครงการนี้คือศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรือเป็นเพียง “ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี” ที่ต้องเอางบประมาณไปลงในจังหวัดบ้านเกิดของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในทุกยุคทุกสมัย แม้ตนจะเคยคัดค้านโครงการนี้ในชั้นอนุกรรมาธิการฯ แล้ว แต่กลับมีการปรับลดงบประมาณลงเพียง 7.5 แสนบาทเท่านั้น

​“คำชี้แจงของอธิบดีกรมประมงที่อ้างความจำเป็นว่า ต้องลงทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การศึกษาสิ่งแวดล้อม และกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงก่อสร้าง โดยยืนยันว่าไม่ได้มองว่าศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำไม่ดี แต่ตั้งข้อสงสัยว่าโครงการลักษณะนี้ทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือใครกันแน่นายณัฐชา กล่าว

- โฆษณา -

​นอกจากนี้ นายณัฐชา ยังได้ยกตัวอย่างกรณีเพจท้องถิ่น ‘อินไซด์อุดรฯ’ ที่โพสต์ยินดีกับงบสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 229 ล้านบาท โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเชื่อมโยงว่า เป็นเพราะ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นคนจังหวัดอุดรธานี จึงได้โครงการนี้ไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในปี 2568 เพจข่าวในพื้นที่เคยระบุถึงการสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกุมภวาปี วงเงิน 60 ล้านบาทอยู่แล้ว

​“วันนี้คนอุดรธานีรู้จักสัตว์น้ำครบทุกสายพันธุ์แล้ว ยกเว้น "ปลาหมอคางดำ" จึงไม่สามารถเห็นชอบกับงบประมาณในส่วนนี้ได้ เพราะมองว่าเป็นการสร้างศูนย์แสดงอภินิหารของรัฐมนตรี มากกว่าการใส่ใจทุกข์สุขของเกษตรกรอย่างแท้จริงนายณัฐชา กล่าว

ด้านนายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงทิศทางการดำเนินงานของกรมประมง ทั้งในเรื่องโครงการจัดตั้งศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำและการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามว่า แม้การส่งเสริมการท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่ากรมประมงได้ทำหน้าที่หลักของตัวเองสมบูรณ์แล้วหรือยัง จึงข้ามสายงานไปส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งต่อให้ทำโครงการศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำสำเร็จ ก็ไม่มีสิ่งใดการันตีว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาภาคการประมงไทยได้จริง นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยในการขออนุมัติงบประมาณก่อสร้าง “โรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ” ซึ่งกระจายจัดสร้างใน 6 พื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดลพบุรี และจังหวัดพัทลุง รวมวงเงินสูงถึง 97 ล้านบาทเศษ โดยตนเคยซักถามในชั้นกรรมาธิการฯ ว่า มีเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างไร สามารถลดต้นทุนได้เท่าไร และเพิ่มผลผลิตได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่กลับยังไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน

​สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบงบประมาณก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามทั้ง 6 แห่ง พบว่าราคาสูงสุดและต่ำสุดมีส่วนต่างกันมากถึง 747,600 บาท ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายว่าเกิดจากสาเหตุใด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กังวลมากกว่าเรื่องราคาที่แตกต่างกัน คือหลักคิดในการใช้งบประมาณที่กำลัง “เกาไม่ถูกที่คัน” เพราะการทุ่มงบประมาณกับกุ้งก้ามกรามไม่ใช่คำตอบในการกู้วิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทยในภาพรวม

​“ประเทศไทยเคยเป็นผู้นำด้านการส่งออกกุ้งกุลาดำที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับเศรษฐกิจไทย แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังติดหล่มและไม่สามารถกลับมายืนแถวหน้าได้อีก ไม่ได้บอกว่ากุ้งก้ามกรามไม่สำคัญ แต่การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ยังมองไม่เห็นแนวทางแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งกุลาดำอย่างเป็นรูปธรรม จนน่าสงสัยว่าที่ไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้ เป็นเพราะเกรงใจใครหรือทำไม่เป็นกันแน่นายณัฐพงษ์ กล่าว