- โฆษณา -

“รอมฎอน” แฉงบ กอ.รมน. วูบ 31% สงสัยผลพวงเช็ก ‘กำลังพลผี’ กินเงินหลวงทวีคูณ จี้ส่งงบถึงมือคนเสี่ยงภัยจริง

การเมือง7 ก.ย. 2569 • 16:24 น.
“รอมฎอน” แฉงบ กอ.รมน. วูบ 31% สงสัยผลพวงเช็ก ‘กำลังพลผี’ กินเงินหลวงทวีคูณ จี้ส่งงบถึงมือคนเสี่ยงภัยจริง

วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 15.10 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในการพิจารณาวาระที่สองเป็นวันแรก

​นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายในมาตรา 7 งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ โดยเน้นย้ำไปที่งบประมาณของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่ตั้งไว้ วงเงิน 4,934 ล้านบาท ซึ่งจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ประชาชนมองความสงบในพื้นที่เชื่อมโยงกับเรื่องงบประมาณสูงถึงร้อยละ 35.7 ขณะเดียวกัน กอ.รมน. ถือเป็นหน่วยงานหลักหน่วยงานเดียวที่ได้รับงบประมาณเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนใต้มากที่สุด ซึ่งร้อยละ 88 ของภารกิจอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีรายการงบประมาณที่ใหญ่ที่สุดคือ "งบกำลังพลและการดำเนินงาน" วงเงิน 2,341 ล้านบาท แม้ว่างบจำนวนนี้จะลดลงจากปีก่อนถึง 1,052 ล้านบาทก็ตาม

​​นายรอมฎอน ได้ยกคำสั่ง กอ.รมน. ที่ 758/2568 เรื่องการรับรองหลักฐานการมีสิทธิ์นับเวลาราชการเป็นทวีคูณของกำลังพลสังกัด กอ.รมน. พร้อมระบุว่า การนับวันทวีคูณในอดีตเปิดช่องให้เกิดการทุจริตและแฝงตัวเป็น "กำลังพลผี" เพื่อรับเงินและสิทธิประโยชน์จากรัฐ กระทั่งล่าสุดเมื่อกองทัพสั่งตรวจสอบยอดกำลังพลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า งบกำลังพลและการดำเนินงานลดลงทันทีถึงร้อยละ 31 ซึ่งตนตั้งคำถามว่า ยอดงบประมาณที่หายไปนั้น เป็นผลลัพธ์จากการตรวจพบกำลังพลผีใช่หรือไม่? และหากเป็นเรื่องจริง รัฐบาลและ กอ.รมน. จะมีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อเรียกเงินคืน หรือปล่อยให้เรื่องเงียบผ่านไป ที่สำคัญคือเหตุใด กอ.รมน. จึงยังยื่นแปรญัตติเพื่อขอดึงเงินก้อนนี้กลับไปเต็มจำนวนอีก

- โฆษณา -

​นายรอมฎอน ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาน้ำรั่วซึมในระบบงบประมาณดับไฟใต้ ที่ไหลผ่านเข้าสู่ "กระเป๋าใบที่สอง" หรือเงินค่าตอบแทนพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกระจายอยู่ใน 46 หน่วยงาน รวมเป็นเงินกว่า 2,120 ล้านบาท (เป็นงบ กอ.รมน. 65 ล้านบาท) โดยตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายทหารคนเดียวปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ แต่กลับได้รับเงินสองทาง โดยเฉพาะในส่วนของกองทัพบก (ทบ.) ที่มีงบประมาณแยกต่างหากอีก 155 ล้านบาท ยังไม่นับรวมงบอำนวยการ ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงยานพาหนะ และค่าเวชภัณฑ์ยา ซึ่งน่าแปลกใจว่าเหตุใดจึงมีการตั้งยอดงบเท่าเดิม แต่ไส้ในกลับแตกต่างออกไป

​“ในการตั้งงบประมาณ มีถ้อยแถลงของ กอ.รมน. ระบุว่า หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ข้อเสียประการหนึ่งคือบทบาทและงบประมาณของ กอ.รมน. อาจลดลงหรือปรับเปลี่ยน จึงอยากเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบการจ่ายเงินงบประมาณ ให้ส่งตรงไปถึงมือคนทำงานในพื้นที่ หรือผู้ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงภัยอย่างแท้จริง” นายรอมฎอน กล่าว