- โฆษณา -

สภา! สับงบปี 70 ไม่ตอบโจทย์ “ทวี” บี้ใส่หลักนิติธรรม “สุรเชษฐ์” แฉฮั้วผู้รับเหมา “วีระ” เตือนอีก 3 ปีเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจ

การเมือง7 ก.ย. 2569 • 11:07 น.
สภา! สับงบปี 70 ไม่ตอบโจทย์ “ทวี” บี้ใส่หลักนิติธรรม “สุรเชษฐ์” แฉฮั้วผู้รับเหมา “วีระ” เตือนอีก 3 ปีเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจ

วันที่ 7 กันยายน 2569 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วในวาระสองเป็นวันแรก

S  27156758

ต่อมา​พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ขอสงวนคำแปรญัตติเปลี่ยนชื่อร่างเป็น “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม” โดยระบุว่างบประมาณที่ดีต้องทำงานสำเร็จ และประชาชนต้องได้ประโยชน์ เงินทุกบาทต้องตรวจสอบได้ งบประมาณที่ผ่านมาไปยึดติดกับยุทธศาสตร์ชาติปี 2560 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำและความยากจนสูง ทั้งยังใช้งบด้านบุคลากรภาครัฐ (ไม่รวมท้องถิ่น) สูงถึง 37.9% พร้อมยกตัวอย่างความล้มเหลวในระบบราชการ จากกรณีการทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น (กสถ.) ที่มีการเข้าไปแก้ไขไฟล์คำตอบเกือบ 6,000 ครั้ง

- โฆษณา -

​ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตนเสนอ 4 แนวทางธำรงหลักนิติธรรม คือ ​ส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต ​จัดให้มีระบบตรวจสอบถ่วงดุล  ​เชื่อมโยงรายจ่ายกับผลลัพธ์ที่เกิดกับประชาชน และส่งเสริมการกระจายอำนาจ

อย่างไรก็ตาม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ กมธ.เสียงข้างมาก ขอยืนยันตามร่างเดิม ซึ่งท้ายที่สุด ที่ประชุมสภาฯ มีมติเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 292 ต่อ 0 เสียง (งดออกเสียง 93 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง) ปัดตกข้อเสนอของ พ.ต.อ.ทวี

S  27156765

​ด้าน นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมงบลงทุนปี 2570 มีปัญหาหนักนอกจากสัดส่วนลดลง 13% จากปี 2569 แล้ว ยังพบการจงใจเลี่ยงกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่กำหนดให้มีงบลงทุนไม่น้อยกว่า 20% แต่รัฐบาลกลับใช้เทคนิค "เล่นคำ" สไตล์ศรีธนญชัย โดยนับรวม "รายจ่ายเพื่อการลงทุน" เข้าไปด้วย ซึ่งหากนับเฉพาะงบลงทุนจริงจะมีเพียง 13% เท่านั้น

​“งบลงทุนส่วนใหญ่มุ่งไปที่โครงการถนนและน้ำ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยเฉพาะกรมทางหลวงที่ได้งบสูงถึงแสนล้านบาท มีโครงการพุ่งขึ้นเป็น 70 โครงการ ซึ่งส่อเจตนาปั้นโครงการสนองผู้รับเหมาชั้นพิเศษเพื่อแบ่งฮั้ว ขณะที่งบสร้างอนาคตอย่างกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สวช.) กลับถูกปรับลดลงถึง 32% เหลือเพียง 1.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังแฉว่ามีข้าราชการบางหน่วยงานปฏิเสธการส่งเอกสารตรวจสอบแก่ กมธ. โดยอ้างว่าเป็นเอกสารลับ”นายสุรเชษฐ์ กล่าว

S  27156955

​ขณะที่ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.เสียงข้างน้อย ได้เสนอตัดลดงบประมาณ 7,400 ล้านบาท พร้อมเตือนว่า ประเทศกำลังติดกับดักการคลังและหนี้สาธารณะจากการทำงบประมาณแบบขาดดุลเรื้อรัง จนต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 4 แสนล้านบาทต่อปี หากภายใน 2-3 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่า 2% และไม่สามารถดันให้โตถึง 5% ได้ ประเทศไทยจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจจากปัจจัยภายในอย่างแน่นอน

​นายวีระ เสนอทางออกว่า รัฐบาลควรถดึง "เงินนอกงบประมาณ" ที่มีสะสมอยู่กว่า 4 ล้านล้านบาท ในกระทรวงใหญ่อย่าง มหาดไทย สาธารณสุข กลาโหม และคมนาคม มาใช้เติมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจและลดภาระทางการคลัง เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเงินส่วนนี้มาใช้จริงเพียง 9.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น