- โฆษณา -

“เอกนิติ” รายงานสภาฯ หั่นงบปี 70 ลง 1.1 หมื่นล้าน แนะรัฐบาลรับมือเศรษฐกิจเสี่ยง-ลดหน่วยงานซ้ำซ้อน

การเมือง7 ก.ย. 2569 • 10:18 น.
“เอกนิติ” รายงานสภาฯ หั่นงบปี 70 ลง 1.1 หมื่นล้าน แนะรัฐบาลรับมือเศรษฐกิจเสี่ยง-ลดหน่วยงานซ้ำซ้อน

วันที่ 7 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระที่ 2 เป็นวันแรกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน กมธ. วิสามัญฯ ได้รายงานสรุปการพิจารณาว่า กมธ. มีข้อเสนอแนะภาพรวมให้รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจปี 2570 ที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะการบริหารความเสี่ยงจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้ลดลงในระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ไว้รองรับวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนเสนอให้ทบทวนและปรับลดหน่วยงานที่หมดความจำเป็นหรือภารกิจซ้ำซ้อน พร้อมปรับปรุงระเบียบการใช้เงินนอกงบประมาณให้ครอบคลุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด

​นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ในชั้น กมธ. ได้มีการปรับลดงบประมาณลงจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาจากความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า และศักยภาพการเบิกจ่าย เช่น รายการที่ล่าช้ากว่าแผน รายการผูกพันเดิมที่จัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่าวงเงินที่เสนอ หรือรายการที่สามารถชะลอได้โดยไม่กระทบต่อการบริการประชาชน ส่วนการจัดสรรงบประมาณเพิ่มนั้น กมธ. ได้พิจารณาตามความจำเป็น ได้แก่ งบกลาง (เงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น), กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เพื่อการศึกษาเด็กในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม, สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงานอัยการสูงสุด, กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.)

​"การพิจารณาปรับลดและเพิ่มงบประมาณ กมธ. ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความพร้อม ศักยภาพ และความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน และต้องปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย วินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด" นายเอกนิติ กล่าว

- โฆษณา -

​ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล แจ้งกรอบเวลาอภิปรายว่า การพิจารณาวันแรกตั้งเป้าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จจนถึงมาตรา 16 ก่อนจะทยอยพิจารณารายมาตราที่เหลือต่อไป