“ศิริกัญญา” ขู่โหวตคว่ำงบปี 67 วาระ 2 แฉพิศดารแปรงบ 12,000 ล้านเข้า “งบกลาง” โยกจ่ายค่าโง่คลองด่าน
วันที่ 7 ก.ย. 2569 เวลา 08.55 น.ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 2 ว่า เมื่อพิจารณาลงลึกในรายละเอียด ต้องขอยืมคำพูดของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “นางฟ้าอยู่ในหลักการ แต่ซาตานอยู่ในรายละเอียด” ซึ่งการพิจารณาวาระที่ 2 เป็นการลงรายละเอียดระดับโครงการ หากพบโครงการที่ไม่ชอบมาพากล ไม่คุ้มค่า หรือสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ฝ่ายค้านจะอภิปรายให้ประชาชนได้รับทราบว่า งบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท มีส่วนใดที่สมควรตัดลดหรือตัดทิ้งตั้งแต่ชั้นอนุกรรมาธิการแต่ยังหลุดรอดเข้ามาได้ เพื่อโน้มน้าว สส. ให้ร่วมปรับลดงบประมาณรายมาตรา
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า วันแรกจะเป็นการอภิปรายงบประมาณในภาพรวม ปัญหาร่วมของแต่ละกระทรวง การพิจารณาแปรงบเพิ่มเข้างบกลางราว 6,000 ล้านบาท รวมถึงกระทรวงสำคัญอย่างสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงกลาโหม
ส่วนงบประมาณแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ น.ส.ศิริกัญญา ชี้ว่า จากเดิมที่เคยอยู่ในแผนงานบูรณาการ ได้กลายร่างมาอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ แต่รายละเอียดงบยังคงเน้นการใช้ทหารนำการเมือง ทั้งนี้ หลังจบการพิจารณาวาระ 2-3 จะเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนเรื่องไฟใต้ต่อในวันพฤหัสบดี ซึ่งยังมีผู้อภิปรายค้างอยู่จำนวนมาก เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลมีการเติมรายชื่อเข้ามาเรื่อยๆ จนไม่แน่ใจว่าจะเสร็จสิ้นทันพิจารณารายงานของ กกต. ในวันดังกล่าวหรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวถึงทิศทางการลงมติว่า หากในวาระที่ 2 ไม่สามารถปรับแก้ไขเนื้อหาได้ และงบประมาณยังคงมีหน้าตาไม่ต่างจากเดิม รวมถึงมีการปรับเพิ่มในส่วนที่ไม่เห็นด้วย พรรคประชาชนก็จำเป็นต้องโหวตไม่เห็นด้วยเช่นเดิม
"ขอเน้นย้ำเรื่องการแปรงบประมาณเพิ่ม ปีนี้ชั้นอนุกรรมาธิการตัดลดงบลงได้ราวเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่กลับถูกนำไปใส่ไว้ในงบกลาง โดยอ้างว่าใช้เป็นค่าโง่คลองด่านถึง 6,000 ล้านบาท ทั้งที่เคยตั้งงบไว้แล้ว 3,000 ล้านบาท แต่กลับตัดออกแล้วนำมาเบิ้ลใส่ในงบกลางเป็น 6,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังใส่นำไปใส่ในกองทุนวิจัยอีก 4,000 ล้านบาท และกองทุนหมู่บ้าน 500 ล้านบาท ขณะที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสนอให้จัดสรรเข้ากองทุน กยศ. เพื่อช่วยเหลือเด็กที่รออนุมัติทุนการศึกษา กลับไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งต้องทักท้วงรัฐบาลว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง"
น.ส.ศิริกัญญายังระบุถึงความซ้ำซ้อนของงบกลางกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ว่า มีแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 12,000 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจจากความผันผวนของสงครามในตะวันออกกลาง ทั้งที่งบประมาณมีจำกัดและมีรายจ่ายประจำพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ หากส่วนใดประหยัดได้ก็ไม่ควรตั้งงบซ้ำซ้อน และแม้โครงการ 12,000 ล้านบาทดังกล่าวจะออกแบบเป็น Matching Fund ร่วมกับหน่วยงานอื่น ซึ่งมีหลักการที่ดี แต่เมื่อนำมาตั้งไว้ในงบกลาง ก็อาจถูกแปรเปลี่ยนไปใช้ทำอย่างอื่นได้ในท้ายที่สุด จึงเห็นว่าควรตัดทิ้ง
เมื่อถามว่ารัฐบาลมองว่าเวทีนี้อภิปรายงบประมาณ ไม่ใช่การซักฟอกนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรเดือดเนื้อร้อนใจหรือตีตนไปก่อนไข้ เพราะการอภิปรายวาระ 2 ต้องอยู่ในกรอบเนื้องบประมาณอยู่แล้ว และมองว่าหากการควบคุมการประชุมเป็นไปอย่างเป็นกลาง สส. ฝ่ายค้านไม่ได้มีจุดเดือดต่ำจนต้องใช้วาทะเดือดตลอดเวลา เว้นแต่จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงหรือการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพ จึงขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินจากเหตุและผลในการอภิปราย