ฝ่ายค้านจี้รัฐอย่าขวางถกรายงาน กกต. จ่อซักฟอก "โกง สว.-ทุจริตสอบ-AI Passport" ล็อกเป้า "อนุทิน-ไชยชนก"

การเมือง6 ก.ย. 2569 • 14:24 น.
ฝ่ายค้านจี้รัฐอย่าขวางถกรายงาน กกต. จ่อซักฟอก "โกง สว.-ทุจริตสอบ-AI Passport" ล็อกเป้า "อนุทิน-ไชยชนก"

วันที่ 6 กันยายน 2569 ณ ที่ทำการพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังงาน "แสวงหาความจริง: กกต. และ DSI องค์กรของใคร?" โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่ว่าใครจะเห็นด้วยกับเนื้อหาที่นำเสนอหรือไม่ แต่ตราบใดที่เป็นข้อเสนอที่อยู่ภายใต้กลไกประชาธิปไตย ทุกคนมีหน้าที่ต้องคุ้มครอง

โดยพรรคจะมีการจัดกิจกรรมและเวทีแถลงข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ซึ่งจะมีวาระการอภิปรายรายงานประจำปีของ กกต. ในสภาฯ นอกจากนี้ในวันที่ 12 กันยายน กรรมาธิการองค์กรอิสระ จะจัดเสวนาหัวข้อ "จับตาบทบาทองค์กรอิสระต่อวิกฤตการเมืองไทย" ส่วนกิจกรรมของกลุ่ม iLaw เกี่ยวกับกรณีการโกง สว. นั้น พรรคเห็นว่าสอดรับกับข้อเรียกร้องของพรรคและยินดีหากสมาชิกจะเข้าร่วม

“ผมกังวลใจว่าอาจไม่มีการนัดประชุมวันพฤหัสบดีจึงได้สื่อสารดักทางไว้ ซึ่งประธานสภาก็ได้ส่งหนังสือนัดประชุมเพิ่มแล้ว โดยตามระเบียบวาระ รายงาน กกต. จะถึงก่อนญัตติชายแดนใต้ที่ค้างไว้เสียด้วยซ้ำ หากจะมีการหยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาแซงคิวก็ต้องมี สส. เสนอเปลี่ยนระเบียบวาระ ซึ่งเจตนาที่ผ่านมาของ สส. รัฐบาลชัดเจนว่ามีความพยายามปิดกั้นการอภิปรายรายงาน กกต. ผมจึงหวังว่ารัฐบาลจะได้รับบทเรียนว่าความพยายามดังกล่าวไม่เป็นที่ยอมรับ และจะไม่มีใครพยายามประวิงเวลาหรือใช้เสียงข้างมากมาปิดกั้นไม่ให้ สส. อภิปรายได้อย่างเต็มที่ในวาระนี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีวิธีการแก้อย่างไร ถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ และเรื่องการโกง สว. จะมีการสอดไส้เข้าไปในการอภิปรายด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์ระบุว่าประเด็นการโกง สว. เป็นสาระหลักที่ฝ่ายค้านเตรียมบรรจุไว้ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะยื่นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ร่วมกับประเด็นการโกงสอบท้องถิ่นและเรื่อง AI Passport โดยเป็นการทำงานร่วมกันของ 6 พรรคฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย และพรรคไทยรวมพลัง

เมื่อถามว่าการเปิดรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกซักฟอกก่อนจะทำให้เขาเตรียมตัวได้หรือไม่ และข้อมูลที่นำมาอภิปรายมาจากไหน นายพริษฐ์กล่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายไชยชนก ชิดชอบ น่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะถูกพุ่งเป้าจากประเด็นที่กล่าวไป ส่วนข้อมูลนั้นมีทั้งข้อมูลเดิมที่ผู้กระทำผิดยังไม่ได้รับการลงโทษและข้อมูลใหม่ที่มีคนส่งเข้ามาเรื่อยๆ

สำหรับประเด็น ครบรอบ 1 ปี (MOA ส้ม-น้ำเงิน) นายพริษฐ์ ระบุ "ผมก็พูดอย่างตรงไปตรงมานะครับ ว่าเป็นการครบรอบ 1 ปีถึงเหตุการณ์ที่เราตัดสินใจผิดพลาดนะครับ และผมคิดว่าความผิดพลาดครั้งนั้นในมุมหนึ่งก็ถูกลงโทษจากพี่น้องประชาชนใน 3 เลือกตั้งที่ผ่านมา และในอีกมุมหนึ่งก็เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในพรรคประชาชนที่ต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดดังกล่าวในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจในวันนั้น

ความจริงในวันนั้น ต้องยอมรับว่าตอนอภิปรายนโยบาย ซึ่งเป็นวาระแรกๆ หลังจากที่มีการเลือกนายกฯ ก็มีคุณหมอวาโย ถ้าจำกันได้ ที่มีการอภิปรายตรวจสอบข้อมูลหลายอย่างที่คาบเกี่ยวกับที่เรานำเสนอในวันนี้ด้วย แต่ผมคิดว่าเราก็ไม่ปฏิเสธนะครับว่าการตัดสินใจวันนั้น มันก็อาจจะมีผลกระทบในเชิงลบที่ตามมา ผมก็ถือว่าสิ่งที่ผมและพรรคประชาชนทำได้ในวันนี้ ที่จะรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เราได้ก่อไว้ในอดีต ก็คือเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่มันเกิดขึ้นจากการตัดสินใจในวันนั้นครับ ผมถือว่าผมได้รับความไว้วางใจมาเป็น สส. นี้ก็เหลือถ้าอยู่เต็มวาระก็ประมาณ 3 ปีกว่า ผมถือว่าส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่ของผมใน 3 ปีข้างหน้านี้ ก็ต้องเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการผ่านชื่อ 3 วินาทีในวันนั้น"

ด้านนางสาวพนิดา กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม แจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นอนุกรรมาธิการฯ โดยระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับหนังสือจากราชการแต่อย่างใด ทั้งนี้ยืนยันว่าการแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานคนที่ 3 ในคณะอนุกรรมาธิการศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้ง สส. 2569 และการเลือก สว. 2567 ได้มีการตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบรัฐสภาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่พบความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

การเชิญนายสมชัยมาทำหน้าที่นั้นพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในฐานะอดีต กกต. ที่มีความเข้าใจกฎหมายเป็นอย่างดี ทั้งนี้ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพรรคก่อน ส่วนตัวไม่อยากใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือห้ำหั่นกัน แต่ต้องขอดูรายละเอียดและแรงจูงใจในการแจ้งความให้ชัดเจนก่อนจะดำเนินการต่อไป