เตือนรัฐบาลระวังพังทั้งระบบ! “ปชป.” สะกิดสางปม “ไฮสปีด 3 สนามบิน” หวั่นแอร์พอร์ตลิงก์หยุดเดินรถ เตือนละเลยโครงสร้างพื้นฐาน เสี่ยงกลายเป็น “อนุสาวรีย์ทางคู่”

การเมือง6 ก.ย. 2569 • 12:13 น.
เตือนรัฐบาลระวังพังทั้งระบบ! “ปชป.” สะกิดสางปม “ไฮสปีด 3 สนามบิน” หวั่นแอร์พอร์ตลิงก์หยุดเดินรถ เตือนละเลยโครงสร้างพื้นฐาน เสี่ยงกลายเป็น “อนุสาวรีย์ทางคู่”

"ประชาธิปัตย์" จี้รัฐบาลเร่งสางปัญหาสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน หวั่นเอกชนทิ้งสัญญา กระทบแอร์พอร์ตลิงก์ เตือนปล่อยรางว่างเสี่ยงกลายเป็นอนุสาวรีย์ทางคู่
วันที่ 6 กันยายน 2569 นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงภาพรวมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาสำคัญในโครงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงโครงการพัฒนารถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ก่อนจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการให้บริการประชาชน
หวั่นเอกชนทิ้งไฮสปีด 3 สนามบิน กระทบ “แอร์พอร์ตลิงก์” และเมืองการบิน ซึ่งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งเป็นแกนหลัก (Backbone) ของ EEC ว่า ปัจจุบันมีกระแสข่าวว่าภาคเอกชนต้องการยกเลิกสัญญา เนื่องจากมองว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจหลังยืดเยื้อมานานกว่า 7 ปี เรื่องนี้สร้างความกังวลอย่างมาก เพราะรัฐบาลไทยเดินสายโรดโชว์ทั่วโลกเพื่อดึงดูดการลงทุน หากปล่อยให้สัญญาถูกยกเลิก จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอย่างรุนแรง

ลองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเชื่อมโยงโดยตรงกับโครงการพัฒนาเมืองการบินและสนามบินอู่ตะเภา หากโครงการใดหยุดชะงัก ย่อมส่งผลให้โครงการอื่นไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างสมบูรณ์ ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ผลกระทบต่อประชาชนในกรุงเทพฯ โซนตะวันออก เนื่องจากมีข้อมูลว่าหากเอกชนสิ้นสุดสัญญา อาจหยุดให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งปัจจุบันมีผู้โดยสารเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิสูงถึง 60,000–80,000 คนต่อวัน หากหยุดให้บริการกะทันหันโดยไม่มีมาตรการรองรับ จะสร้างความเดือดร้อนมหาศาล

“ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด EEC เร่งเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยด่วน อย่าปล่อยให้โครงการมูลค่ากว่า 1.3–1.5 แสนล้านบาทต้องนับหนึ่งใหม่ หรือถูกทิ้งขว้างเพียงเพราะมุ่งเน้นแต่จะเปิดโครงการใหม่ๆ อย่าง Southern Seaboard หรือ Landbridge จนลืมฐานเดิมที่มีศักยภาพอยู่แล้ว” นายจิรวัฒน์ กล่าว
ส่วนประเด็นการอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ภาคใต้ ระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร (ชุมพร-ปาดังเบซาร์) นายจิรวัฒน์ กล่าวแสดงความยินดี แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ต่อเนื่องของแผนงาน โดยเฉพาะช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ที่อนุมัติให้เป็นเพียงระบบรถไฟดีเซลธรรมดา ทั้งที่ผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ชี้ชัดว่า การติดตั้งระบบรถไฟฟ้า (Electrified Train) มีความคุ้มค่ามากกว่า

นายจิรวัฒน์ ยังชี้ว่า ปัจจุบันรถไฟของมาเลเซียเป็นระบบไฟฟ้าวิ่งมาถึงชายแดนปาดังเบซาร์ หากไทยลงทุนระบบไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่ จะช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้าสู่หาดใหญ่ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถ จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมนำกลับมาพิจารณาปรับแผน เพื่อลดการลงทุนที่ซ้ำซ้อนในอนาคต

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงภาพรวมการลงทุนรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ทั้งเส้นทางไปนครพนม และเชียงราย รวมระยะทางนับพันกิโลเมตร ว่า รัฐบาลมุ่งเน้นแต่การพัฒนาโครงสร้างราง แต่กลับไม่มีแผนจัดซื้อขบวนรถไฟใหม่ ส่งผลให้ปัจจุบันยังต้องใช้ขบวนรถเดิมที่มีอายุใช้งานยาวนาน 30–60 ปี ซึ่งไม่อาจสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง
ขณะเดียวกัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรกว่า 2,000 ตำแหน่ง ทั้งพนักงานขับรถ ช่างเครื่อง และพนักงานดูแล จนส่งผลให้เกิดภาวะคนขับรถเหนื่อยล้าสะสม ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อโศก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งอนุมัติเปิดรับบุคลากรเพิ่ม เพื่อไม่ให้งบประมาณแสนล้านบาทต้องกลายเป็นเพียง "อนุสาวรีย์ทางคู่" ที่มีแต่ราง แต่ไม่มีรถและไม่มีคนเดินรถ

#พรรคประชาธิปัตย์ #ปชป #จิรวัฒน์จังหวัด #ไฮสปีด3สนามบิน #แอร์พอร์ตลิงก์ #AirportRailLink #EEC #รถไฟความเร็วสูง #รถไฟทางคู่ #อนุสาวรีย์ทางคู่ #การรถไฟแห่งประเทศไทย #รฟท #ข่าวการเมือง #ข่าวคมนาคม #ข่าววันนี้ #ข่าวสด #แลนด์บริดจ์ #ข่าวเศรษฐกิจ #รถไฟปาดังเบซาร์ #ข่าวระบบราง