“ภัณฑิล” ซัด “กกต.-รัฐบาล” จับมือยื้อรายงานสภาฯ หนีตรวจสอบ จี้สัปดาห์หน้าอย่าเบี้ยว

การเมือง4 ก.ย. 2569 • 10:03 น.
“ภัณฑิล” ซัด “กกต.-รัฐบาล” จับมือยื้อรายงานสภาฯ หนีตรวจสอบ จี้สัปดาห์หน้าอย่าเบี้ยว

วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.09 น.ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีสภาผู้แทนราษฎรเกิดความวุ่นวายจนไม่สามารถพิจารณาวาระรับทราบรายงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ ว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนชัดเจนถึงความพยายามของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย และ กกต. ในการยื้อเวลา เพื่อหลีกหนีการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกลไกตามระบบรัฐสภาในการถ่วงดุลอำนาจองค์กรอิสระ เพราะปกติแล้วการเสนอรายงานของหน่วยงานต่างๆ มักไม่มีผู้ร่วมอภิปรายมากนัก แต่กรณีของ กกต. ถือเป็นองค์กรอิสระที่ต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นเนื่องจากผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้าพบว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อ กกต. เพียง 3.8% ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาองค์กรอิสระทั้งหมด จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาจะต้องเปิดพื้นที่อภิปรายอย่างเข้มข้น

"การพิจารณารายงานปกติไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร แต่กลับมีความพยายามสกัดกั้นและปิดประชุมอย่างกะทันหัน ราวกับเกรงกลัวว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจการทำงานของ กกต. จนต้องระดมกำลังมาอุ้มองค์กรอิสระกันอย่างออกหน้าออกตา" นายภัณฑิลกล่าว

สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า ในการประชุมสภาฯ สัปดาห์หน้าว่า ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าใช้ข้ออ้างเรื่องการพิจารณารบประมาณรายจ่ายมาเป็นเงื่อนไข ในการเลื่อนหรือเบี้ยววาระการพิจารณารายงาน กกต. (ปี 2567-2568) อีก โดยเฉพาะประเด็นปัญหาความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง สว. เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีการเลื่อนกระบวนการส่งศาลพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงกำหนดวันที่ 14 กันยายนนี้

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า มีข้อร้องเรียนที่ส่งมายังอนุกรรมาธิการศึกษาเรื่องกกต.ว่าเริ่มมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากผู้สมัคร สว. ที่ถูกดำเนินคดี เพื่อแลกกับการหลุดพ้นคดีความ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผยเส้นทางการโอนเงินเข้าบัญชีพนักงานสืบสวนสอบสวน กกต. จังหวัด รายหนึ่ง จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 860,000 บาท นอกจากนี้ กกต. ยังมีพฤติการณ์ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปข่มขู่ และดำเนินคดีอาญากับพยานและผู้สมัคร สว. สำรอง กว่า 1,767 ราย ในข้อหาแจ้งข้อมูลเท็จเรื่องคุณสมบัติ ทั้งที่หลายคนได้ยื่นลาออกจากสมาชิกพรรคการเมืองไปแล้วก่อนสมัคร แต่นายทะเบียนยังไม่อัปเดตระบบ จึงมองว่าเป็นการกระทำเพื่อข่มขู่พยานที่ออกมาปกป้องประโยชน์สาธารณะ

​นายภัณฑิล ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ของ กกต. ที่ทำคดีการเลือก สว.ว่ามีกระแสข่าวจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ จึงต้องการตั้งคำถามถึงเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งคนของ กกต. ได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีกับคณะอนุกรรมาธิการฯ ของสภาฯ จากกรณีการแต่งตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.เข้ามาทำหน้าที่อนุกรรมาธิการ ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่เกเร และขัดขวางกระบวนการทำงานของฝ่ายสภาฯ

"ผมขอเตือนกกต.ว่าอย่าละเมิดประชาชน และอย่าใช้เทคนิคยื้อเวลาเพื่อรอให้กระแสสังคมเงียบลง เพราะยิ่งเลยวันที่ 14 กันยายนไป แรงกดดันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ ในวันพฤหัสบดีหน้า อย่ามายื้อเวลาอีก เมื่อวานก็เห็นโพสต์รูปกินข้าวกันมานั่งรอ พฤหัสบดีนี้ขอให้ติดตามกันว่าสภาจะโดน กกต. เบี้ยวอีกหรือเปล่า ทำทีมานั่งรอจะรายงาน แต่ก็ยื้อ ใช้เทคนิคอะไรก็แล้วแต่ ยื้อออกไปเรื่อย ๆ" นายภัณฑิล กล่าว