วุ่นอีกรอบ! “โรม” ขอนับองค์ประชุมถกชายแดนใต้ หวั่นไม่จบคืนนี้กระทบรายงาน กกต. สุดท้าย “โสภณ” สั่งปิดประชุม

การเมือง3 ก.ย. 2569 • 21:16 น.
วุ่นอีกรอบ! “โรม” ขอนับองค์ประชุมถกชายแดนใต้ หวั่นไม่จบคืนนี้กระทบรายงาน กกต. สุดท้าย “โสภณ” สั่งปิดประชุม

วันที่ 3 ก.ย. 69 ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม วาระการพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาฯ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ ที่มีพรรคการเมืองเสนอจำนวน 7 พรรค

ภายหลังสมาชิกได้เสนอหลักการและเริ่มอภิปรายแล้ว ปรากฎว่า เวลา 20.00 น. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นขอสอบถามว่าตอนนี้เข้าสู่ผู้อภิปรายแล้ว และมีผู้อภิปรายจำนวนมาก การตกลงกันระหว่างวิป 2 ฝ่าย เมื่อวานนี้ ไม่ว่าจะเรียงลำดับแบบไหน วิปรัฐบาลยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอย่างไรญัตติด่วนชายแดนใต้ก็ต้องจบวันนี้ แล้วมาบีบเวลาของฝ่ายค้าน ณ ตอนนี้ ผู้อภิปรายมีจำนวนมาก จึงต้องการคำมั่นจากท่านประธานว่าตกลงจะอภิปรายจนจบไปจนถึงการลงมติว่าจะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีและกรรมาธิการสามัญใดๆ ใช่หรือไม่

นายโสภณ จึงชี้แจงว่า ช่วงเย็นนี้รองประธานทั้ง 2 ท่านติดภารกิจ โดยได้แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ตอนนั้นเราก็ไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ (การประท้วงกันเมื่อช่วงบ่าย) คิดว่าบริหารเวลากันได้

“จากที่ประชุมตอนเช้าแจ้งผมว่าประชุมกันใน 6 ชั่วโมง ผมก็บอกว่าผมสู้ได้ ภายใน 6 ชั่วโมง แต่มาขณะนี้เหลือสมาชิกที่จะอภิปรายอยู่ฝั่งรัฐบาล 27 ท่าน ฝ่ายค้าน 5 ท่าน ยังไม่รวมผู้ชี้แจง ดังนั้น ผมก็จะให้ประชุมไปสักพักนึง ผมก็จะขอปิดประชุม แล้วจะประชุมในคราวหน้าและขอร้องให้รองนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้มารวมรับฟังและชี้แจงในคราวเดียวกัน” นายโสภณ กล่าว

ทำให้นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกถามว่า ถ้าฟังแบบนี้คือไม่จบในวันนี้ใช่หรือไม่ นายโสภณ จึงตอบว่าถ้าจบวันนี้ก็ต้องห้าทุ่ม แต่ตนนั่งคนเดียวไม่ไหว 7 ชั่วโมง

นายรังสิมันต์ จึงกล่าวว่า เราคุยกันมาเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ และเดิมทีก็ตกลงกันไปว่าจะพยายามให้จบรวดเร็ว เพราะถือว่าเป็นประเด็นเร่งด่วนที่มีความสำคัญ ถ้าต้องต่อในรอบถัดไป เท่ากับว่าจะยืดเยื้อไปอีก ถ้าไม่จบในวันนี้ ทางพวกกระผมขอนับองค์ประชุม

ทำให้นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในเงื่อนไขที่พูดคุยกัน ไม่ได้เรื่องการถกเถียงกันและเสียเวลาในช่วงบ่าย เพื่อนสมาชิกที่ได้เตรียมกันไว้จะอภิปรายก็มีจำนวนมาก พอฝ่ายค้านอภิปรายหมด ข้อตกลงก็ไม่ได้เป็นแบบนี้

นายโสภณ เลยกล่าวว่า การนับองค์ประชุมเป็นสิทธิ์ของสมาชิก ในเมื่อมีผู้เสนอนับองค์ประชุม ตนก็ทำอย่างอื่นไม่ได้

จากนั้น นายปกรณ์วุฒิ ลุกตอบโต้ว่า พรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้อภิปรายเลยสักคน คนแรกกำลังจะลุกขึ้นอยู่ เพิ่งจะเสนอกันจบ นายกรวีร์ จึงตอบว่า งั้นก็เหมือนกับพวกตน แล้วมีการตอบโต้กันไปมา

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “ไม่มีอะไรครับ ถ้าอยู่กันครบก็ไปต่อแค่นั้นเอง”

นายกรวีร์ กล่าวว่า “แล้วเสนอนับองค์ประชุมล่ะครับ ให้เข้าใจว่าอะไร”

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “เห็นว่าสำคัญไงครับ ไปไหนกันล่ะครับ”

นายกรวีร์ กล่าวว่า “ก็อยู่ไงครับท่านแพนกล้องสิครับก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครอยู่มากกว่ากัน เราจะเดินกันอย่างไรแบบนี้ ผมก็พยายาม แล้วเราจะเอาอย่างไร การนับองค์ประชุมคืออะไร”

ต่อมา นายซูการ์โน มะทา สส. ยะลา พรรคประชาชาติ กล่าวว่า หลายคนรออภิปราย และวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มาอภิปราย แล้วจู่ๆ ขอนับองค์ประชุม พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้เขาเดือดร้อน กว่า 20 ปี ไม่มีการยื่นญัตติใดที่ตัวแทนของรัฐบาลมาฟัง

นายโสภณ จึงย้ำอีกรอบว่าการประชุมต้องเป็นไปตามข้อบังคับ เมื่อมีการเสนอให้มีการนำองค์ประชุม ตนทำอย่างอื่นไม่ได้ ต้องนับองค์ประชุม ส่วนการโต้ตอบกันประธานไม่รับรู้ด้วย

จากนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งกับนายซูการ์โนว่าเรื่องชายแดนใต้เป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่ สส. ของท่านถูกยิงขนาดนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมครั้งนี้ถึงต้องเสนอให้มีการนับองค์ประชุม เพราะต้องการให้เรื่องนี้จบในวันนี้และได้รับการแก้ไขเร็วที่สุด และสัปดาห์หน้าจะได้ว่ากันเรื่องรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้าอยากให้เดินต่อก็จงมีองค์ เข้าประชุมให้พร้อมเพรียงกัน

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จึงลุกหารือว่า ประเด็นสำคัญที่พวกเรากำลังมองข้ามไปคือเรื่องน้ำใจ ความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจ

“ท่านประธานบอกว่าต้องนั่งเป็นประธานคนเดียวอยู่หลายชั่วโมงแล้ว แปลว่าท่านไม่เห็นใจเลยหรือ จะให้ท่านประธานนั่งอยู่จนเป็นลมคาบัลลังก์หรือ ท่านบอกว่าท่านก็เหนื่อยแล้ว ท่านบอกว่ามีประธานอยู่คนเดียว ท่านรองประธาน 2 คนติดภารกิจ ท่านกำลังจะลากไปอีก 300 นาที แล้วให้ท่านประธานของผม ประธานของทุกท่านด้วย ต้องนั่งอยู่ตรงนั้น ผมเลยถามเรื่องข้อเดียวเรื่องหัวใจ” นายศุภชัย กล่าว

จากนั้น สส. ฝ่ายค้าน 2 คน จึงกล่าวว่าให้เลขาโทรหารองประธานทั้ง 2 ท่านได้หรือไม่ นายโสภณ จึงกล่าวว่าไม่ใช่ความผิดของรองประธาน เพราะแจ้งล่วงหน้าแล้ว ตนก็ได้แจ้งต่อที่ประชุมเมื่อวานนี้แล้ว

ด้านนายพิชญุตม์ พอจิต สส. อุตรดิตถ์ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า อยากให้แพนกล้องไปดูว่า สส. รัฐบาลไม่ได้ออกไปไหน หากนับออกประชุมแล้วฝ่ายค้านจะอยู่หรือไม่ ก่อนจะเสนอให้นับองค์ประชุมแบบขานชื่อ

ต่อมา นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ประเด็นวันนี้ เนื่องจากสภาไม่มีข้าวกิน พอไม่มีข้าวกิน ก็ต้องออกไปกินข้างนอก ต้องกินยา อย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับขอเสนอให้นับองค์ประชุมแบบชื่อ

จากนั้น ที่ประชุมเรื่องประท้วงกันทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยมีเสียง สส. ถามว่าท่านประธานจะเป็นประธานในที่ประชุมหรือไม่ ทำให้นายโสภณ กล่าวว่าท่านพูดแบบนี้ไม่ถูก อย่าพูดเอาแต่ใจตัวเอง ตัดจบด้วยการปิดประชุมในเวลา 20.24 น.

“เรียนท่านสมาชิก เหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่เฉพาะเรารับทราบกันในห้องประชุม ประชาชนที่ติดตามการประชุมอยู่รับทราบหมดว่าเหตุการณ์วันนี้เกิดอะไรขึ้น ฉะนั้น เมื่อการประชุมถึงเวลาสมควรแล้ว ผมขอปิดประชุม” นายโสภณ กล่าว