“บิ๊กดุลย์” เขย่ากองทัพ! เตือนภัย AI-โดรนสแกนหน้า ล็อกเป้าสังหาร ชี้ ChatGPT รู้ลึกขีดความสามารถยุทโธปกรณ์ไทย ย้ำ “ใครครองข้อมูล คนนั้นครองโลก”

การเมือง3 ก.ย. 2569 • 15:24 น.
“บิ๊กดุลย์” เขย่ากองทัพ! เตือนภัย AI-โดรนสแกนหน้า ล็อกเป้าสังหาร ชี้ ChatGPT รู้ลึกขีดความสามารถยุทโธปกรณ์ไทย ย้ำ “ใครครองข้อมูล คนนั้นครองโลก”

“บิ๊กดุลย์” เขย่ากองทัพ! เตือนภัย AI-โดรนสแกนหน้า ล็อกเป้าสังหาร ชี้ ChatGPT รู้ลึกขีดความสามารถยุทโธปกรณ์ไทย ย้ำ “ใครครองข้อมูล คนนั้นครองโลก”

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.69 พล.ท.อดุลย์  บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เปิดโครงการ ความร่วมมือสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ เสริมพัฒนาศักยภาพกําลังพลด้านปัญญาประดิษฐ์  

โดยกล่าวในตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันโลกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ปัญญาประดิษฐ์ ( AI ) มีเข้ามามีส่วนในการเปลี่ยนแปลงทั้งการทำงานไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูล นำไปสู่การตัดสินใจที่แม่นยำ 

แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นความท้าทายและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ การบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจากประเทศเพื่อนบ้าน และ โมเดล AI ในขณะนี้ สามารถสืบค้นข้อมูลความมั่นคงของไทยได้อย่างละเอียด

"อยากรู้ว่าขีดความสามารถกำลังรบไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ใครดีกว่ากัน เสิร์ช ChatGpt รู้แม้กระทั่ง รถถังเรายี่ห้ออะไร มีกี่คัน ใช้ปืนอะไร 

ผมว่าต่อไป  คงรู้ว่าพังกี่คัน สถาบันการศึกษา จึงต้องช่วยกันพัฒนาบุคลากร ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับโลกในอนาคต ประชาชนทุกคนต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยี 

ท่านระวังนะครับ พวกเราที่มีลูก ลูกเราไม่เรียนหนังสือแล้ว ลูกผมก็ด้วย รอให้ครูสั่งการบ้าน  แล้วก็มาถาม ChatGpt อันนี้น่าห่วงมาก" พล.ท. อดุลย์ กล่าว

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า การรับมือภัยคุกคามนี้ ร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมทางไซเบอร์ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กำลังพลรับมือภัยคุกคาม ต้องตระหนักการใช้ AI อย่างชาญฉลาด รู้เท่าทัน โดยวิเคราะห์และไตร่ตรองอย่างรอบคอบ 

และในฐานะที่เป็นหน่วยงานความมั่นคง ต้องรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างดีที่สุด เนื่องจากข้อมูลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลขององค์กร และข้อมูลสำคัญของประเทศ ใครได้ข้อมูลไปคนนั้นครองโลก

พร้อมย้ำว่า ต้องมีภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล  คิดก่อนที่จะคลิกลิงก์ใด ๆ ไตร่ตรองก่อนที่จะแชร์ข้อมูล โดยเฉพาะในยุคที่คนเชื่อความเห็น มากกว่าข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม และกฎหมาย 

หากกำลังพลใช้ AI เป็น  ใช้โดรนเป็น และนำไปสังหารบุคคลที่เป็นศัตรู ย่อมสร้างความกังวลต่อสังคม 

หรือหากใช้โดรน FPV สแกนใบหน้า พี่รุ่ง พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รอง ผบ.ทบ. เพื่อล็อกเป้าโจมตี โดรน FPV จะไล่แต่ รอง ผบ.ทบ.ไม่สนใจคนอื่น หรือสแกนทะเบียนรถของผม แล้วใช้ฝูง Swarm Drone ย่อมนำไปสู่การสูญเสียได้ไม่ยาก 
 
ปัจจุบันการสื่อสารและการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพและทหารไทยยังมีอยู่สูง แต่ศรัทธาเหล่านี้ ก็อยู่ได้ไม่นาน ท่ามกลางความรวดเร็วในการสื่อสารยุคปัจจุบัน ในวันข้างหน้า หากมีกำลังพลที่กระทำความชั่ว ก็จะพาให้ทหารทุกคนเสียไปด้วยกันทั้งหมด รวมถึงยังมีบางองค์กรที่จ้องจะทำลายความน่าเชื่อถือของกองทัพด้วย

แม้ว่า เทคโนโลยีจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ในท้ายที่สุด เราก็ไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้ เพราะจะทำให้ไม่สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่เข้าใจ หรืออาจถูกคนรุ่นใหม่เข้าใจผิด หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ จะได้รับความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปต่อยอดการปฏิบัติงานมาเป็นรูปธรรมได้ AI อาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของเราในปัจจุบัน แต่การรู้เท่าทันเทคโนโลยี จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า เราจะนำเทคโนโลยีไปใช้สร้างอนาคตหรือสร้างปัญหา

#บิ๊กดุลย์ #อดุลย์บุญธรรมเจริญ #กระทรวงกลาโหม #กองทัพไทย #ภัยไซเบอร์ #ปัญญาประดิษฐ์ #AI #ChatGPT #โดรนFPV #SwarmDrone #โดรนสังหาร #ข่าวความมั่นคง #เทคโนโลยีความมั่นคง #ข่าวสด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #SEOThailand #ความมั่นคงไซเบอร์ #กองทัพบก #ข่าวการเมือง