“สกลธี” แฉขบวนการ “พ่อทิพย์” พบหมื่นรายเสี่ยงความมั่นคง จี้สาธารณสุขเร่งสกัดต่างด้าวสวมสิทธิ์

การเมือง3 ก.ย. 2569 • 14:01 น.
“สกลธี” แฉขบวนการ “พ่อทิพย์” พบหมื่นรายเสี่ยงความมั่นคง จี้สาธารณสุขเร่งสกัดต่างด้าวสวมสิทธิ์

'สกลธี' แฉขบวนการ 'พ่อทิพย์' พบหมื่นรายเสี่ยงความมั่นคง จี้สาธารณสุขเชิงรุกสกัดต่างด้าวสวมสิทธิ์

วันที่ 3 ก.ย.69 ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล ในฐานะปนะธานกรรมาธิการการสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าชี้แจงเพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการจดทะเบียนแจ้งเกิดโดยใช้ชื่อบิดาปลอม หรือ "พ่อทิพย์" โดยจากการตรวจสอบล่าสุดของกรุงเทพมหานคร พบว่ามีการขยายผลการตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2560 ถึง 2569 ในพื้นที่ 29 เขต พบรายชื่อที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยรวมทั้งสิ้น 879 ราย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเป็นข้อมูลเท็จและได้ดำเนินการเพิกถอนสูติบัตรไปแล้ว 27 ราย ส่วนที่เหลืออีก 810 รายยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ โดยต้องเรียกผู้ปกครองมาสอบสวนและตรวจพิสูจน์ DNA ซึ่งบางรายได้ให้การรับสารภาพแล้ว

ในส่วนการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายสกลธีระบุว่าในพื้นที่เขตธนบุรีมีการพบความผิดปกติใน 3-4 ราย ซึ่งเบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ข้าราชการดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและส่งเรื่องดำเนินคดีไปยังสถานีตำรวจในท้องที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ข้อมูลจากกรมการปกครองพบตัวเลขน่ากังวล โดยจากการตรวจสอบย้อนหลังไปถึงปี 2555 ถึง 2569 รวมระยะเวลาประมาณ 14-15 ปี พบกรณีที่น่าสงสัยว่าบิดาเป็นคนไทยแต่มีมารดาเป็นชาวต่างด้าวสัญชาติจีนสูงถึงหมื่นกว่าราย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีสภาพบังคับทางกฎหมายที่ชัดเจนในการสั่งตรวจ DNA แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ทำให้หากพ่อแม่ไม่ยินยอมตรวจ ข้อมูลจะถูกทำได้เพียง "แขวน" ไว้ในทะเบียนราษฎรเท่านั้น แต่เด็กยังสามารถทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติ

ทางกรรมาธิการฯ แสดงความกังวลว่าเด็กกลุ่มนี้ที่เริ่มจดทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2555 จะเริ่มบรรลุนิติภาวะในอีก 5-6 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สามารถถือครองทรัพย์สินและทำธุรกรรมได้เสมือนคนไทยทั่วไป โดยปัจจุบันพบว่ามีโรงพยาบาลเอกชน 10 แห่งที่เข้าข่ายกระทำความผิด ซึ่งข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพระบุว่ามีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเขตธนบุรีเพียงแห่งเดียวพบกรณีต้องสงสัยสูงถึง 164 ราย อย่างไรก็ตาม นายสกลธีได้ตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขที่ยังเป็นลักษณะเชิงรับ คือจะเข้าไปตรวจสอบก็ต่อเมื่อได้รับข้อมูลหรือเอกสารจากทางตำรวจเท่านั้น ทั้งที่มีโรงพยาบาลเอกชนอีกหลายสิบแห่งที่ยังไม่ได้เข้าตรวจสอบ จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทำงานเชิงรุกมากขึ้น เนื่องจากมีอำนาจในการตรวจสอบอยู่แล้ว

ด้านการดำเนินคดีทางกฎหมาย นายสกลธีระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบหลัก แต่ในเบื้องต้นการขยายผลยังไปไม่ถึงตัวการใหญ่หรือเอเจนซี่ชาวต่างชาติ เนื่องจากเส้นทางการเงินส่วนใหญ่ยังติดอยู่ที่ระดับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่เขตเท่านั้น ยังสาวไม่ถึงระดับบริหารของโรงพยาบาล ทั้งที่บางกรณีพบความผิดปกติอย่างชัดเจน เช่น มีกรณี "พ่อทิพย์" เกิดขึ้นเกือบ 200 เคสในโรงพยาบาลเดียวภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี นอกจากนี้ กรมการปกครองยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีเพียงสัญชาติจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มสัญชาติอินเดีย เมียนมา และสัญชาติอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอีกจำนวนมาก

"เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ เพราะถ้าเอาตัวเลขของกรมการปกครองย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2555 ตอนนี้มีหมื่นกว่ารายที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย เราไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าเด็กเหล่านี้อาจจะบรรลุนิติภาวะแล้วสามารถถือครองทรัพย์สิน ทำธุรกรรมเหมือนคนไทย อีกหน่อยเราอาจจะมี สส. หรือเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นต่างด้าวโดยที่เราไม่รู้ก็ได้ ซึ่งเป็นปัญหาความมั่นคงระดับชาติ"

นายสกลธี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญอีกประการที่พบคือช่องโหว่ในระบบการแจ้งเกิดของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งยังคงใช้การบันทึกข้อมูลด้วยลายมือลงในระบบราชการ แตกต่างจากโรงพยาบาลรัฐส่วนใหญ่ที่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ทำให้ง่ายต่อการสอดไส้หรือปลอมแปลงข้อมูล กรรมาธิการฯ จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งปรับปรุงระบบของโรงพยาบาลเอกชนให้เป็นมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลรัฐ โดยนายสกลธีย้ำว่าหากมีการตรวจสอบอย่างละเอียดและครอบคลุมทุกแห่ง เชื่อว่าจะพบกรณีลักษณะนี้ในเกือบทุกโรงพยาบาล ไม่ใช่เพียงแค่ 10 แห่งตามที่ปรากฏเป็นข่าวในปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมาฝ่ายรัฐทำงานล่าช้ามาตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม จนถึงปัจจุบันกระบวนการตรวจสอบยังก้าวหน้าไม่มากนัก 

#สกลธี #พ่อทิพย์ #ต่างด้าวสวมสิทธิ์ #ความมั่นคง #สาธารณสุข #แรงงานต่างด้าว #สิทธิรักษาพยาบาล #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline