เดือดกลางสภา! สส.หลุดด่า “ทุเรศฉิบหาย” หลังประธานสั่งปิดไมค์ห้ามพาดพิง สว. ช็อตฟีลร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

การเมือง2 ก.ย. 2569 • 18:35 น.
เดือดกลางสภา! สส.หลุดด่า “ทุเรศฉิบหาย” หลังประธานสั่งปิดไมค์ห้ามพาดพิง สว. ช็อตฟีลร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น.ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ที่ผ่านการพิจารณาและแก้ไขเพิ่มเติมจากวุฒิสภา (สว.) ส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อ

​ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการอภิปรายช่วงแรกดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยมี สส. ลุกขึ้นอภิปราย 3 ราย ได้แก่ นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์, น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย และนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ซึ่งทั้งหมดต่างเห็นพ้องให้สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาที่วุฒิสภาแก้ไขกลับมา พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันของทั้งสองสภาเพื่อปรับแก้ให้สมบูรณ์ที่สุด

​อย่างไรก็ตาม ชนวนเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นในขณะที่ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.พรรคประชาชน กำลังอภิปรายอย่างดุเดือด โดยระบุว่า รายงานของ สว. สะท้อนชัดเจนว่า สว. ชุดปัจจุบันทำงานเพื่อใคร และตนไม่อาจยอมให้กฎหมายสำคัญถูกตัดทอนเนื้อหาโดยกลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง พร้อมกำลังจะประกาศมติพรรคประชาชน แต่ในทันทีนั้น น.ส.มัลลิกา ประธานในที่ประชุม ได้ทำการ "ปิดไมค์" หยุดการอภิปรายของนายภัทรพงษ์กลางคัน แล้วขานชื่อให้นายชนาธิป ศุภศิริ สส.แพร่ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายแทน

​เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นายภัทรพงษ์ จนอุทานสวนขึ้นมาว่า "โอ้ เอาอย่างนี้เลยหรือ" ก่อนจะมีเสียง สส. อีกท่านหนึ่งสบถแทรกเข้าไมค์อย่างชัดเจนว่า "แม่ง! ทุเรศฉิบหาย"

​ทำให้ น.ส.มัลลิกา แสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างรุนแรง พร้อมตำหนิกลางสภาว่า "พูดเข้าไมค์ ท่านพูดจาไม่สุภาพ มาถอนด้วยที่ว่าทุเรศ" และส่งสัญญาณเตรียมจะสั่งปิดการประชุม เนื่องจากรับไม่ได้กับกิริยาและคำพูดที่ไม่สุภาพ พร้อมเน้นย้ำว่าพรรคต้นสังกัดต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

​ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียด นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้รีบลุกขึ้นออกรับแทนลูกพรรคทันที โดยขอร้องไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการทำงานของสมาชิกทั้งหมด และรับปากจะนำปัญหาส่วนบุคคลนี้ไปตักเตือนและแก้ไข เพื่อให้การประชุมสภาสามารถดำเนินหน้าต่อไปได้

​ท้ายที่สุด นายภัทรพงษ์ จึงยอมลุกขึ้นยกมือกล่าวขออภัยต่อที่ประชุมและประกาศ "ขอถอนคำพูด" ส่งผลให้ น.ส.มัลลิกา กล่าวขอบคุณและเปิดโอกาสให้นายชนาธิป ลุกขึ้นอภิปรายต่อ ทำให้การประชุมสภารอดพ้นจากการถูกสั่งปิดและดำเนินต่อไปได้ตามปกติ