“โรม” แฉฉาว! ทุจริตสอบท้องถิ่นทำเป็นกระบวนการ โยง “บิ๊กข้าราชการ-การเมือง” จี้ถามนายกฯ ปล่อยเกียร์ว่าง
วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า จากการประชุมกรรมาธิการฯ ครั้งล่าสุด พบพฤติการณ์ทุจริตอย่างเป็นระบบคล้ายกับองค์กรอาชญากรรม โดยไม่ได้ตัดจบเพียงแค่ระดับข้าราชการชั้นผู้น้อยเพื่อรับบาปแทนตามที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามแจง แต่มีหลักฐานและพยานที่น่าเชื่อถือชี้ชัดไปถึงฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ข้อมูลชุดนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก (Episode) ได้แก่ EP.1 ฝ่ายข้าราชการ พยายามตัดตอนความรับผิดชอบ ทั้งที่ผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน ได้ชี้มูลความผิด นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไปแล้ว และส่งเรื่องต่อไปยังนายกรัฐมนตรี จึงขอตั้งคำถามไปยังนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไร หากปล่อยเฉยอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ EP.2 ฝ่ายการเมือง: ย้อนไปตั้งแต่ช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) ชนะการประมูล แต่กลับพบการทุจริตเรื่อยมาจนนำไปสู่การยกเลิกสัญญาและจัดทำ TOR ใหม่ โดยมีบุคคลใกล้ชิดระดับหน้าห้องของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเกี่ยวข้อง และมีการอ้างชื่อนายอนุทินในกระบวนการยกเลิกสัญญาดังกล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในการประชุม กมธ. วันนี้ ได้มีการออกหนังสือเชิญบุคคลและหน่วยงานสำคัญเข้ามาชี้แจง ได้แก่นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้กุมความลับสำคัญและเป็น "ข้อต่อ" เชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับนักการเมืองระดับสูง บริษัท ไอรีครูท จำกัด เข้าชี้แจงเป็นครั้งแรก เพื่อเจาะลึกข้อมูลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง
เมื่อถามว่ากรณีที่ ม.บูรพา ทำหนังสือขอความคุ้มครองเนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สังคมกำลังอยู่ในจุดที่คนออกมาแฉทุจริตกลับถูกข่มขู่และตกเป็นจำเลย จึงอยากเรียกร้องไปยังผู้ทรงคุณวุฒิในกระบวนการยุติธรรมว่า เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดการข่มขู่พยานเช่นนี้
"ผมอยากเรียกว่านี่คือ 'องค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน' ที่พวกเราต้องร่วมกันต่อสู้ การข่มขู่พยานทำไปเพื่อให้คนที่รู้ข้อมูลไม่กล้าพูด เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ทาง กมธ. กำลังเร่งหารือรูปแบบการคุ้มครองพยานที่เหมาะสมที่สุดกับ ม.บูรพา เพื่อให้การสอบสวนดำเนินต่อไปได้"นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรการเพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตแต่กลับมีข่าวจ้างเหมาคนกลุ่มดังกล่าวกลับเข้ามาทำงาน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาโดยการแบ่งเทียร์หรือปรับคะแนนขึ้น อาจไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและแก้ไขการทุจริตได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่า กมธ. มีหลักฐานชัดเจนที่เชื่อมโยงถึงตัวการใหญ่ฝ่ายการเมือง แต่ยังขอปกปิดรายชื่อไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดไก่ตื่น โดยเป้าหมายสูงสุดคือการลากตัวผู้บงการเบื้องหลังมาลงโทษให้ได้