“พริษฐ์” เผยมติ "6 พรรคฝ่ายค้าน" ลุยยื่นซักฟอก ม.151 ล็อคเป้า “อนุทิน-ไชยชนก” ดักคอ "รัฐบาล" อย่าเล่นเทคนิคปิดปาก

การเมือง2 ก.ย. 2569 • 11:24 น.
“พริษฐ์” เผยมติ "6 พรรคฝ่ายค้าน" ลุยยื่นซักฟอก ม.151 ล็อคเป้า “อนุทิน-ไชยชนก” ดักคอ "รัฐบาล" อย่าเล่นเทคนิคปิดปาก

วันที่ 2 กันยายน 2569  เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าทางฝ่ายค้านดินเนอร์กันเพื่อพูดคุยกันแล้วหรือยังเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และทางนายกรัฐมนตรีก็จะเปิดบ้านเลี้ยงอาหารรับศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เมื่อวานนี้ประชุมกันแล้วคิดว่าให้ข้อมูลได้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ปิดบังอะไร เป็นการประชุมร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งสมัยประชุมนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีองค์ประกอบฝ่ายค้านเพิ่มขึ้นมา จาก 5 พรรคเป็น 6 พรรค ประกอบไปด้วยพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี พรรคเสียงใหม่ และพรรคไทรวมพลัง มาร่วมในที่ประชุมฝ่ายค้านด้วย

“เมื่อวานนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคมีความเห็นตรงกันว่าเราจะเดินหน้าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไป ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ กรอบเวลาเราก็เห็นว่าจะดำเนินการโดยเร็ว และเริ่มมีการพูดคุยว่าจะครอบคลุมถึงใครบ้าง  ตอนนี้ก็เป็นการบ้านให้แต่ละพรรคไปรวบรวมรายชื่อมา

แต่มี 2 รายชื่อที่อยู่แน่ๆ ก็คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กับนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรมว.ดีอี ก็ได้มีการตกลงกันไปเรียบร้อยแล้ว” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ก็มีการตั้งคณะทำงาน ซึ่งหัวเรี่ยวหัวแรงจะเป็นนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จะทำงานร่วมกับตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค เพื่อรวบรวมรายชื่อ และจัดทำญัตติให้เสร็จสิ้นเรียบร้อยเพื่อเตรียมยื่นโดยเร็ว คงใช้เวลาไม่ ไม่กี่สัปดาห์

​เมื่อถามว่าการอภิปรายทั่วไปครั้งก่อน มีเรื่องตั๋วช้าง มีเรื่องไอโอ ที่สะเทือนรัฐบาลและคนพูดถูกดำเนินคดี สมัยนี้จะมีแบบนั้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเป็นคนไม่ค่อยอยากจะคุยก่อนเกิด ตนคิดว่าเราทำงานเต็มที่ และให้ผลงานเป็น เป็นตัวบ่งบอกทีเดียว ตนก็ฝากไว้นิดหนึ่งว่าในมุมหนึ่งเห็นนายกฯบอกว่าพร้อมจะตอบทุกคำถาม แต่ตนก็หวังว่านายกฯ หรือว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ได้มีการพยายามหาช่องทางให้ประธานสภาฯไปวินิจฉัย ไม่ให้สามารถพูดถึงเรื่องการโกง สปก. หรือว่าโกงเขากระโดงได้ หวังว่าจะไม่ใช้เทคนิคแบบนั้นในการพยายามจะปิดกั้นการตรวจสอบ

​เมื่อถามว่าเมื่อวานนี้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ บอกว่าพรรคตั้งนายอนุทินเป็นนายกฯ ได้ก็ล้มได้เมื่อไหร่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ​เราทำเต็มที่อยู่แล้ว เพราะว่าในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ตนคิดว่าเราประกาศชัดเจนว่า ยิ่งรัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไปนานเท่าไหร่ ก็จะยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นเราก็จะทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาลตรงนี้

หวังว่าเมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า ถ้าเราทำหน้าที่ของเราได้ดี แล้วพี่น้องประชาชนเห็นคล้อยกับเราว่าการมีพรรคอื่นที่จะมาเป็นแกนนำรัฐบาล น่าจะทำให้ประเทศ มีอนาคตที่ดีขึ้นได้ อันนี้ก็จะเป็นวิธีการที่สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน

​นายพริษฐ์ กล่าวว่า แต่ในส่วนของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราคงไปคาดเดามติของสภาฯ ไม่ได้ แต่เราก็เข้าใจระบบรัฐสภาดีว่าในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็จะมีเสียงข้างมาก ตนคิดว่าเป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มันไม่ใช่เพียงแค่การมานับคะแนนลงมติอย่างเดียว แต่คือการนำเสนอความจริง ให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อหวังว่าหากประชาชนเห็นตามหลักฐานข้อมูลที่เรามี เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจกลับมาอยู่ในมือประชาชนอีกรอบหนึ่ง เขาก็จะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นขึ้นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลแทน

​เมื่อถามว่าพรรคจะรอนานเกินไปจนให้ประชาชนเลือกตั้งครั้งหน้า โฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า เราทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่แค่บอกว่าปลายทางอย่างไร ต้องบอกว่าต้องมองเป็นขั้นใช่ไหม เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องวัดกันที่การลงมติก่อน ซึ่งแน่นอนเรายื่นไม่ไว้วางใจเราก็อยากจะให้ สส. ส่วนใหญ่ลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ตนก็คงไม่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่า สส. ฝั่งรัฐบาลจะมีกี่คนขึ้นมาลงมติไม่ไว้วางใจ หากเราสามารถชนะมติได้ อันนี้ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น

แต่ถ้าสมมติว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้นำไปสู่การลงมติที่เสียงข้างมากลงมติไม่ไว้วางใจ ตนมองว่าหากเราทำหน้าที่ของเราได้ดี ก็อาจจะทำให้การคืนอำนาจกลับคืนสู่มือพี่น้องประชาชนมันเร็วขึ้น หากเราทำหน้าที่ได้ดี เมื่ออำนาจกลับคืนสู่มือพี่น้องประชาชน ก็อาจจะทำให้โอกาสในการเป็นรัฐบาลนั้นมีมากขึ้นด้วย