อดีตผู้พิพากษาถอดบทเรียนคดีทุจริตเลือก สว. ร้อยเอ็ด ศาลฟันเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ชี้ “เงิน-มือถือ” มัดแน่น

การเมือง2 ก.ย. 2569 • 08:39 น.
อดีตผู้พิพากษาถอดบทเรียนคดีทุจริตเลือก สว. ร้อยเอ็ด ศาลฟันเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ชี้ “เงิน-มือถือ” มัดแน่น

วันที่ 2 ก.ย.69 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร ระบุว่า...

ถอดบทเรียนลึก! คำพิพากษาศาลฎีกา คดีทุจริตเลือก สว. ร้อยเอ็ด: เมื่อ “นอมินีการเงิน” และ “กระบวนการศาล” พ่ายพยานวิทยาศาสตร์ ศาลฟันตัดสิทธิ 10 ปี!
 
คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง (คดีหมายเลขดำที่ ลต สว 15/2568 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 69/2569) กลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการปราบปรามการทุจริตเลือก สว. ปี 2567 จังหวัดร้อยเอ็ด
 
คดีนี้ กกต. (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร สว. จังหวัดร้อยเอ็ด และผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย จากเหตุการณ์เลือก สว. เมื่อปี 2567 ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า เป็นการทุจริตในการเลือก ทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62
 
เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี จำนวน 6 ราย (พล.ท.โสภณ ศิริงาม, นายชัยชนะ, นายเรืองวิทย์, นายเฉลิมศักดิ์, พ.อ.สมบูรณ์ชัยย์ และ น.ส.ณัฏฐยา) พร้อม ยกคำร้อง 2 ราย (นายบรรลุ และ นายสนอง) เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอ
 
เจาะลึก 4 ข้อคิดและประเด็นข้อกฎหมายหลักจากคำพิพากษา
 
1.เทคนิค “โอนเงินผ่านนอมินี” พ่ายระยะเวลาและพิกัดเสาโทรศัพท์
 
กลุ่มผู้กระทำผิดพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการไม่โอนเงินตรง แต่ใช้วิธีโอนเข้าบัญชีลูกน้อง (พ.อ.สมบูรณ์ชัยย์) หรือภริยา (น.ส.ณัฏฐยา) ก่อนโอนต่อให้ผู้รับภายในเวลาห่างกันเพียง 1 นาที (12.05 น. และ 12.06 น.)
เมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลพิกัดเสาสัญญาณโทรศัพท์ (Cell Site) ที่ระบุว่าอยู่ในสถานที่เดียวกัน ศาลจึงชี้ว่าเป็นการ "จงใจสร้างธุรกรรมอำพราง" ส่วนข้ออ้างเรื่องค่าตอบแทนดูแล หรือค่าสินค้า เช่น "ค่ากาแฟยี่ห้อลุงเหลิม" ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะร้านค้าไม่มีบัญชีสต็อกสินค้ามารองรับ
 
2. แกล้งฟ้องคดีแพ่งอำพราง ศาลมองออกว่าเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ
 
หนึ่งในข้อต่อสู้ที่ซับซ้อน คือการที่ภริยาของผู้สมัคร ยื่นฟ้องแพ่งต่อศาลแขวงนนทบุรีเพื่อเรียกเงิน 15,000 บาทคืน โดยอ้างว่าผู้รับผิดสัญญา "โครงการพันธุ์ข้าวสีชมพู"
 
ศาลฎีกาเห็นว่า มีการปล่อยเวลาเนิ่นนานกว่า 1 ปี และเพิ่งมาฟ้องหลังจากถูก กกต. แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว อีกทั้งคดีแพ่งดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาฝ่ายเดียวโดยไม่มีการสู้คดี พฤติการณ์จึงส่อชัดเจนว่าเป็นการ "สมรู้ร่วมคิดกันใช้กระบวนการทางศาลเพื่อสร้างพยานหลักฐานเท็จ" มาใช้สู้คดีเลือกตั้ง
 
3. อานุภาพมาตรการ "กันไว้เป็นพยาน" (Whistleblower Protection)
 
พยานปากสำคัญคือนางสาวณัฐนรี ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเลือกที่เข้าร่วมรับเงิน แม้ตามกฎหมายถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด แต่ กกต. ได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 มาตรา 65 กันตัวไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี
 
คำเบิกความซัดทอดนี้ เมื่อนำมาประกอบกับพยานวิทยาศาสตร์ (คลิปเสียงสนทนาที่ผ่านการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน 4 ว่าไม่มีการตัดต่อ และสลิปการโอนเงิน) จึงมีน้ำหนักหักล้างข้อต่อสู้ของผู้คัดค้านได้อย่างสมบูรณ์
4. "เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้" ความผิดสำเร็จทันทีแม้เงินยังไม่ถึงมือ
 
ในส่วนของผู้คัดค้านที่ 2 (นายชัยชนะ) แม้สุดท้ายจะไม่ได้จ่ายเงิน 50,000 บาท ตามที่เสนอให้นางสาวณัฐนรี แต่กฎหมายได้มาซึ่ง สว. ถือว่าการ "เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้" เพื่อจูงใจให้ลงคะแนน เป็นความผิดสำเร็จแล้วทันทีที่การเจรจาสิ้นสุดลง
 
สรุปบทเรียน: คำพิพากษาฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า ในยุคดิจิทัล การซ่อนร่องรอยการทุจริตทำได้ยากยิ่ง พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และธุรกรรมทางการเงิน สามารถเชื่อมโยงพฤติการณ์อำพรางได้อย่างไร้ข้อสงสัย ความสุจริตและเที่ยงธรรมจึงเป็นหลักการสำคัญที่สุดของการเลือกตั้งครับ 
 
วัส ติงสมิตร
 
นักวิชาการอิสระ
 
2/9/69
 
#ทุจริตเลือกสว #เลือกสว2567 #สวร้อยเอ็ด #ศาลฎีกา #เพิกถอนสิทธิ #กกต #คดีเลือกตั้ง #พยานหลักฐาน #การเมือง #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline