“อนุทิน” ลั่น "นายกฯ-มท.1" คนเดียวกัน เดินหน้าแก้ไฟใต้แบบเป็นหนึ่ง ดึงคนพื้นที่ร่วมสื่อสาร ย้ำไม่ปิดช่องเจรจา

การเมือง1 ก.ย. 2569 • 14:54 น.
“อนุทิน” ลั่น "นายกฯ-มท.1" คนเดียวกัน เดินหน้าแก้ไฟใต้แบบเป็นหนึ่ง ดึงคนพื้นที่ร่วมสื่อสาร ย้ำไม่ปิดช่องเจรจา

​"อนุทิน" ชี้ "นายกฯ-มท.1" คนเดียวกัน แก้ไฟใต้ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันเป็นรูปธรรม ดึงคนในพื้นที่ช่วยสื่อสาร หากอยากเห็นสันติสุข ไม่กล้าพูดปัญหาจะจบ เหตุเกิดมา 30-40 ปีแล้ว แต่มั่นใจจากนี้เป็นหนึ่งเดียวแน่นอน หวังความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น ​สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปิดช่องเจรจา-บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

เมื่อเวลา 13.25 น.วันที่ 1 ก.ย. 2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล ​นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า ได้รับฟังความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารแนวชายแดนจะดำเนินการอย่างไร หรือหากจะมีนโยบายในการปิดด่านก็ได้รับเสียงสะท้อนว่า หากปิดหมดก็ทำมาหากินลำบาก ซึ่งต้องรับฟัง ส่วนจุดไหนที่ยังไม่มีความเสี่ยงมาก ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมหรือกำกับดูแล

สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการสื่อสารซึ่งกันและกัน อีกเรื่องคือการปรับปรุงแผนควบคุมสถานการณ์และมาตรการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน  ซึ่งได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเมื่อที่ 28 ก.ย. ต้องปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้บูรณาการร่วมกัน อย่างชัดเจน 

นายก​ฯ กล่าวอีกว่า สมัยก่อนเมื่อพูดถึงการบูรณาการ นายกฯ ​คนนึง รัฐมนตรีมหาดไทยก็คนนึง แต่วันนี้เป็นคนเดียวกันแล้ว การบูรณาการจะเห็นเป็นรูปธรรม นายกฯ ก็กำกับดูแลตำรวจ กองทัพ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ดูแลฝ่ายปกครอง เพราะฉะนั้นจากนี้ไป ก็จะเห็นว่านายอำเภอ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง พลเรือน จะร่วมกันทำงาน และก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือบุคลากรให้เหมาะสม โดยทั้ง 4-5 คน ที่เป็นหัวเรือนี้ต้องทำงานร่วมกันให้ได้  

เมื่อถามว่า การวันที่ 31 ก.ย. ผลการหารือกับคนในพื้นที่ โดยชูธงคนในพื้นที่ช่วยแก้ไฟใต้ นายกฯ  กล่าวว่า ต้องทำงานร่วมกัน ประชาชนบอกให้รัฐบาลต้องทำแบบนี้ รัฐบาลก็ต้องรับฟังทั้งหมด แต่ทุกท่านก็ต้องช่วยรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลไม่มีทางรู้จักคนในพื้นที่ได้มากกว่าญาติพี่น้องของพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว รัฐบาลมีทั้งงบประมาณและสิ่งสนับสนุนต่างๆ 

"เจตนาเพื่อทำให้พวกเขา สามารถสร้างสันติสุขในพื้นที่ของพวกเขาได้ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันในการทำงาน แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการเจรจา ต้องไม่ปิดช่องเจรจา ซึ่งเราได้มีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อความมั่นคง โดยเน้นเรื่องการเจรจา และต้องเคารพกฎหมาย โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไหนที่ต้องเข้าไปปราบปราม หรือหากเขามารังแกเรา ทำเรื่องความไม่สงบ เราก็ต้องดำเนินการ ตรงนี้ไม่มีใครห้ามเราอยู่ ไม่ใช่เราไม่พูดคุยกับเขาเลย" 

เมื่อถามว่า การปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้ จะทำให้ไฟใต้ดับลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า" มันต้องดีขึ้น จะมาบอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมา 30-40 ปีแล้ว พอมาเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งเดียว โอ้โหจะเปลี่ยน แล้วมั่นใจได้เลย มันไม่มีใคร พูดได้ แต่ตนมั่นใจว่า ฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำ ที่ตนเป็นนายกฯ  มั่นใจว่าจะได้เห็นการบูรณาการความร่วมมือในฝ่ายบริหาร ที่ให้บริการประชาชน อย่างเป็นหนึ่งเดียวแน่นอน ตอนนี้สิ่งเดียวที่คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้นก็คือ การร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกฝ่าย ในการที่จะทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น" 

เมื่อถามว่าการที่จะแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะเป็นการเพิ่มจำนวนเก้าอี้ สส. ให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า ร้องโอ้โห ก่อนจะบอกว่า" อย่าไปถามแบบนี้ นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหน ตอนนี้เป็นรัฐบาล ต้องมีหน้าที่ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเลือกพรรคไหนมา หากเป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ต้องสร้างสันติสุข และสร้างเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน 

#อนุทิน #ไฟใต้ #ชายแดนใต้ #นายกรัฐมนตรี #มหาดไทย #สันติสุข #เจรจาสันติสุข #ความมั่นคง #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline