“รักชนก” ลั่นนึกว่าจะตกขบวนโดนฟ้อง! จี้สื่อเอ่ยชื่อบริษัทตรง ๆ หวั่นโยงผลประโยชน์ TH-AI Passport
"รักชนก" บอก นึกว่าจะตกขบวนโดนฟ้อง แนะ สื่อเลิกเลี่ยงบาลีเอ่ยชื่อบริษัทตรง ๆ ชี้ อาจโยงผลประโยชน์ TH-AI Passport ด้าน "ธีะชาติ" สงสัย แชร์กว่า 300 คนทำไมโดนฟ้องคนเดียว ยัน กมธ.มีหน้าที่รีดข้อมูลไม่ได้ชี้ถูกผิด อย่างไรก็ต้องเปิดเผยแม้โดนฟ้อง
วันที่ 1 ก.ย.69 นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถึงกล่าวถึงกรณี ที่ได้รับหมายศาลจากบริษัทสื่อเอกชนแห่งหนึ่ง (**แพลนบี รบกวนพิจารณาชื่อบริษัทค่ะ**) ว่า ต้องขอบคุณที่บริษัทดังกล่าวได้ยื่นฟ้องมา ตอนแรกคิดว่ารอบนี้จะตกขบวนแล้ว เพราะว่าทั้งนายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ // นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.พรรคประชาชน // รวมถึง นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็โดนไปแล้วคนละคดี ตนก็คิดว่าจะตกขบวนไหม สรุปก็มีการฟ้องมาในกรณีที่ตนตั้งข้อสังเกต 10 ข้อน่ารู้เกี่ยวกับบริษัทนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาทแต่อย่างใด แล้วถ้าได้เห็นรายละเอียดบางส่วน จะเห็นว่าจริง ๆ แล้ว ศาลชั้นต้นไม่รับเข้ามาไต่มูลด้วยซ้ำ แต่บริษัทก็ยังจะยื่นอุทธรณ์ให้ได้ ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการฟ้องปิดปาก สำหรับคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แต่เขาไม่อยากให้เราพูดถึงเขา แต่ตนก็จะพูดถึงและคาดหวังว่าสื่อหลายสำนักจะมีความกล้าหาญทางจริยธรรม โดยการเขียนชื่อบริษัทไปตรง ๆ ขออย่าไปใช้คำว่าบริษัทดัง หรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ พร้อมย้ำว่า ไม่ผิดกฎหมายอะไรเลย เราต้องช่วยกันยกระดับมาตรฐานในการพูดถึงบริษัทเหล่านี้ หากทุกคนเอ่ยชื่อกันหมดเขาก็ทำอะไรไม่ได้
ส่วนกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เคยกล่าวในห้องกรรมาธิการว่า รู้จักกับผู้ใหญ่ในบริษัทดังกล่าว อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าบริษัทนี้มีส่วนได้รับผลประโยชน์ จากโครงการ TH-AI Passport ใช่หรือไม่ นางสาวรักชนก กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตมาตลอดว่า UBO หรือผู้ที่ได้รับประโยชน์สุดท้ายของบริษัทดังกล่าวกับบริษัทที่ระบุชื่อใน TOR ของโครงการ เป็นคนกลุ่มเดียวกัน และตนตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทดังกล่าว (แพลนบี) ก็ครอบครองจอสื่อประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องและตรงกับ TOR ของโครงการนี้พอดี
"หากไปดูโครงการอื่น ๆ ที่มี TOR ในลักษณะเดียวกัน จะเห็นผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้ายกลุ่มเดียวกัน อยู่ในโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐเต็มไปหมด ดังนั้นคือการตั้งข้อสังเกตของดิฉันมาตั้งแต่แรกแล้ว เราไม่ได้กล่าวหา อย่าเรียกว่าข้อกล่าวหาเลย มันเป็นข้อเท็จจริง ก็คือถ้าท่านเปิดดูรายชื่อกรรมการบริษัทหรือว่าเข้าไปดูไส้ในว่าใครที่ถือหุ้นและบริษัทที่มาถือหุ้น สุดท้ายก็จะเห็นว่าคือคนเดียวกัน" นางสาวรักชนก กล่าว
ด้าน นายธีระชาติ ก่อตระกูล กล่าวถึงกรณีที่ถูกฟ้องร้องจากบริษัทเดียวกับนางสาวรักชนก โดยในคำฟ้องเป็นการฟ้องจากการแชร์โพสต์หนึ่ง โดยไม่ได้เขียนข้อความใด ๆ เพิ่มเติม ขณะที่มีบุคคลแชร์โพสต์ดังกล่าวประมาณ 375 คน แต่เท่าที่ทราบไม่มีผู้แชร์คนอื่นถูกฟ้อง และคนที่เขียนโพสต์ต้นฉบับก็ไม่ได้ถูกฟ้อง แต่กลับมาฟ้องตนเอง จึงตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นความพยายามที่จะฟ้องปิดปากหรือไม่
โดยเนื้อหาของโพสต์เป็นการพูดถึงการพูดคุยในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งแต่ละคนมีมุมมองแตกต่างกันและพยายามอ่านข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมระบุว่า ขณะนี้มีคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวรวม 4 คน และมองว่าเป็นลักษณะ “พรรคประชาชนชนะ 3 ต่อ 1”
เมื่อถามว่ายิ่งถูกฟ้องจะทำให้มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการมากขึ้นหรือไม่นั้น นายธีระชาติ กล่าวว่า จริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าจะถูกฟ้องแล้วจะเปิดเผยมากขึ้นหรือน้อยลง แต่ด้วยหน้าที่ของกรรมาธิการ อย่างไรก็ต้องนำข้อมูลออกมา และไม่ได้มีหน้าที่ชี้ถูกหรือชี้ผิด เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบที่จะต้องดำเนินการ แต่กรรมาธิการมีหน้าที่ต้องรีดข้อมูลออกมาให้ได้มากที่สุด
#รักชนก #ธีะชาติ #THAIPassport #บริษัท #ผลประโยชน์ #กมธ #การเมือง #ข่าวการเมือง ฃ#ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline