“อดีตผู้พิพากษา” เปิด 6 บทเรียนองค์กรเลือกตั้งทั่วโลก ชี้ กกต. ใช้อำนาจมิชอบต้องรับผิด หวั่นซ้ำรอยคดีฮั้ว สว.

การเมือง1 ก.ย. 2569 • 09:13 น.
“อดีตผู้พิพากษา” เปิด 6 บทเรียนองค์กรเลือกตั้งทั่วโลก ชี้ กกต. ใช้อำนาจมิชอบต้องรับผิด หวั่นซ้ำรอยคดีฮั้ว สว.

วันที่ 1 ก.ย.69 นายวัส ติงสมิตร อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  วัส ติงสมิตร ระบุว่า...

บทสรุปประวัติศาสตร์: เมื่อ "องค์กรอิสระ" ดำดิ่งสู่ความอัปยศ
 
สถานะ องค์กรอิสระ ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายบริหารและการเมือง แต่หลายกรณีทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า หากองค์กรเลือกตั้งสูญเสียความเป็นกลาง ทรยศต่อเจตจำนงของประชาชน หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ผลลัพธ์สุดท้ายมักจบลงด้วยวิกฤตความชอบธรรม การปฏิรูปองค์กร หรือคำพิพากษาลงโทษทางอาญา
 
6 ระดับความรับผิดขององค์กรเลือกตั้งทั่วโลก
 
1. ความรับผิดชอบทางธุรการและการบริหารจัดการ (Administrative Accountability
 
เกาหลีใต้ (3 มิถุนายน 2026): ในการเลือกตั้งท้องถิ่น เกิดปัญหาบริหารจัดการล้มเหลว บัตรเลือกตั้งไม่เพียงพอในหลายหน่วยลงคะแนน จนต้องหยุดการลงคะแนนชั่วคราวและกระทบสิทธิของประชาชน แม้จะไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตผลคะแนน แต่เมื่อกระทบสิทธิขั้นพื้นฐาน ประธานคณะกรรมการเลือกตั้งแห่งชาติ (NEC) Roh Tae-ak จึงแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง และถูกรัฐสภาเข้าตรวจสอบโครงสร้างการบริหารงานอย่างละเอียด
 
2. ความรับผิดชอบเชิงสถาบันและศรัทธาสาธารณะ (Institutional Accountability)
 
เคนยา (27 ธันวาคม 2007): หลังการประกาศผลเลือกตั้งประธานาธิบดี เกิดข้อสงสัยรุนแรงในกระบวนการรวบรวมและนับคะแนนของคณะกรรมการเลือกตั้ง (ECK) รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ (Kriegler Commission) ซึ่งพบข้อบกพร่องร้ายแรงเชิงโครงสร้าง ผลลัพธ์นำไปสู่การ ยุบองค์กร ECK และปฏิรูปโครงสร้างองค์กรจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งระบบ
 
เม็กซิโก (6 กรกฎาคม 1988): เกิดวิกฤตระบบรายงานผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีล่ม (Se cayó el sistema) นำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการจัดการเลือกตั้งโดยฝ่ายบริหารอย่างรุนแรง ความกดดันทางสังคมบังคับให้เกิดการปฏิรูปใหญ่และจัดตั้งสถาบันเลือกตั้งแห่งชาติที่เป็นอิสระ (IFE ซึ่งต่อมาคือ INE) ขึ้นมากู้คืนความโปร่งใส
 
3. ความรับผิดชอบต่อความซื่อสัตย์สุจริตของการเลือกตั้ง (Electoral Integrity Accountability)
 
ปากีสถาน (8 กุมภาพันธ์ 2024): เกิดข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้งทั่วไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2024 Liaqat Ali Chattha อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง (Commissioner) ของ Rawalpindi ได้ออกมายอมรับต่อสาธารณชนว่าตนเองมีส่วนร่วมในการบิดเบือนและเปลี่ยนผลการนับคะแนน จากนั้นได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งและถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางอาญา
 
4. ความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ทับซ้อนและการทุจริต (Integrity & Conflict of Interest Accountability) 
 
ฟิลิปปินส์ (คดีจัดซื้อจัดจ้างระบบเลือกตั้ง): Andres Bautista อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (COMELEC) ถูกอัยการสหรัฐฯ ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาในปี 2024 ในข้อหารับเงินสินบนประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทจัดทำระบบเลือกตั้ง (Smartmatic) เพื่อเอื้อประโยชน์ในการเสนอราคาและแลกกับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างระบบเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์
 
5. ความรับผิดชอบทางอาญาของกรรมการเลือกตั้ง (Criminal Accountability)
 
 อินโดนีเซีย (20 พฤษภาคม 2005): Nazaruddin Sjamsuddin ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (KPU) ถูกจับกุมในคดีทุจริตการใช้องค์กรและงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง และในวันที่ 14 ธันวาคม 2005 ศาลคดีคอร์รัปชันได้พิพากษา จำคุก 7 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่าสถานะองค์กรอิสระไม่ใช่เกราะป้องกันโทษทางอาญา
 
6. ความรับผิดชอบจากการใช้อำนาจหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยมิชอบ(Abuse of Electoral Authority Accountability
 
บังกลาเทศ (25 มิถุนายน 2025): Kazi Habibul Awal อดีตประธาน กกต. ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2024 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อดำเนินคดีอาญา จากข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจจัดการเลือกตั้งที่ไม่ชอบธรรมและขาดความโปร่งใส
 
ไทย (คดี กกต. 2549 / คำพิพากษาศาลฎีกา 3 มิถุนายน 2559): ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ จำคุก พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. และ นายปริญญา นาคฉัตรีย์ อดีต กกต. คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี จากกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เร่งรัดสอบสวนข้อร้องเรียนคดีจ้างพรรคเล็กลงรับสมัครเลือกตั้งในการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานสูงสุดของไทยว่า กกต. ต้องรับโทษทางอาญาหากใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและเอื้อประโยชน์แก่พรรคไทยรักไทย
 
กรณีศึกษาเพิ่มเติมในระดับสากล
 
ยูเครน (พฤศจิกายน 2004): เกิดการทุจริตบัตรเลือกตั้งและการนับคะแนนเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ วิคเตอร์ ยานูโควิช ผลลัพธ์นำไปสู่ "การปฏิวัติสีส้ม" (Orange Revolution) และศาลสูงสุดพิพากษาให้ การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สั่งจัดเลือกตั้งใหม่
 
(การปฏิวัติสีส้ม (Orange Revolution) ถูกใช้เป็นหมุดหมายสำคัญของ "การปฏิวัติสี" (Color Revolutions) ซึ่งหมายถึงกลุ่มการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องความโปร่งใส ปฏิรูปการเลือกตั้ง และโค่นล้มอำนาจนิยมด้วยสันติวิธีในกลุ่มประเทศอดีตสหภาพโซเวียต)
 
สหราชอาณาจักร (พฤษภาคม 2014 - เมือง Tower Hamlets): นายกเทศมนตรี Lutfur Rahman โกงบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์และใช้อิทธิพลศาสนาข่มขู่ ศาลพิพากษาให้ ผลเลือกตั้งเป็นโมฆะ ปลดจากตำแหน่ง และสั่งตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
 
สหรัฐอเมริกา (พฤศจิกายน 2018 - นอร์ทแคโรไลนา เขต 9): หัวคะแนนเข้าแทรกแซงและแก้ไขบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ คณะกรรมการเลือกตั้งรัฐ ปฏิเสธการรับรองผล สั่งจัดเลือกตั้งใหม่ และดำเนินคดีอาญาแก่ผู้เกี่ยวข้อง
 
นิติรัฐไทย: จาก “คดีวาสนา” ถึงบททดสอบ “คดีฮั้ว สว.”
 
บรรทัดฐานคดีวาสนา เพิ่มลาภ (2549/2559): ศาลฎีกาชี้ชัดว่า กกต. ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ตัดสินผู้สมัคร แต่ตัว กกต. เองก็อยู่ภายใต้กฎหมาย หากกระทำผิดด้วยการละเว้นหน้าที่ เอื้อประโยชน์ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็ต้องรับโทษทางอาญาเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป
 
การวินิจฉัยเรื่องคดีฮั้ว สว.: หัวใจสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่แค่การมองว่า "ใครจะติดคุก" แต่เป็นการพิสูจน์ว่า ระบบการตรวจสอบของไทยสามารถบังคับใช้กฎหมายกับผู้มีอำนาจทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมได้หรือไม่
 
มาตรฐานการทำงาน: กกต. ต้องแยกแยะระหว่าง "มีหลักฐานอันควรเชื่อได้" (Reasonable Evidence to Believe) ในคดีเลือกตั้ง ตาม รธน. มาตรา 226 และ พรป. สว. มาตรา 62 กับ “หลักพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยตามสมควร” (Proof Beyond a Reasonable Doubt) ในคดีอาญา ตาม พรป. สว. มาตรา 77 และสามารถอธิบายเหตุผลทางกฎหมายต่อสาธารณชนได้อย่างโปร่งใส หากไม่ต้องการให้องค์กรสลายความชอบธรรมตามบทเรียนประวัติศาสตร์
 
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
31/8/69
 
#วัสติงสมิตร #อดีตผู้พิพากษา #กกต #คดีฮั้วสว #องค์กรอิสระ #การเลือกตั้ง #หลักนิติธรรม #รัฐธรรมนูญ #ข่าวการเมือง #การเมืองไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline