“สามารถ” ซัด “ไอติม” ดีเบตเละเป็น “แคมบูเล่” จวกก้าวก่าย กกต. ย้ำยุติธรรมต้องเริ่มที่องค์กรอิสระ
วันที่ 1 ก.ย.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานกลุ่มพลังยุติธรรม/ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ระบุว่า...
"สามารถ" ซัด "ไอติม" ดีเบตเละเป็นขนมแคมบูเล่ ชี้ก้าวก่าย กกต. ยก รธน. ม.3 ย้ำกระบวนการยุติธรรมต้องเริ่มที่องค์กรอิสระ ไม่ใช่หน้าจอทีวี
จากกรณีการดีเบตประชันวิสัยทัศน์และข้อเท็จจริงในรายการ "เรื่องใหญ่รายวัน" ระหว่างคุณภราดรและคุณไอติม ในประเด็นข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 ล่าสุดมีการออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสของกระบวนการสอบสวน พร้อมเตือนสติการใช้สื่อชี้นำสังคม และย้ำถึงหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ
สับแหลก "กระดุมเม็ดแรกติดผิด" ขัดหลัก ป.วิ.อ. มาตรา 131
จากการเปิดเผยข้อมูลในรายการ คุณภราดรได้สะท้อนให้เห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยจากกระบวนการสอบสวน เนื่องจากคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 ไม่เคยเรียกตัวไปไต่สวนหรือสอบถามข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น ซ้ำร้ายการเขียนแจ้งข้อหายังมีลักษณะเขียนรวมๆ เหวี่ยงแห และบางประเด็นมีการระบุข้อเท็จจริงที่ผิดพลาด
หากพิจารณาตามหลักกระบวนการยุติธรรมที่ระบุไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 131 ได้วางกรอบการทำงานของพนักงานสอบสวนไว้อย่างชัดเจนว่า
"ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิด เท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและ พิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา"
พร้อมทั้งต้องระบุข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่าผิดข้อไหน ดังนั้น การทำงานของอนุกรรมการฯ ที่มีลักษณะละเลยการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และตัดโอกาสไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อเท็จจริง จึงถือเป็นกระบวนการสอบสวนที่น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเปรียบเสมือนการ "ติดกระดุมเม็ดแรกผิด" ของกระบวนการยุติธรรมอย่างมหันต์
ชี้อำนาจชี้ขาดอยู่ที่ "กกต. ชุดใหญ่" ยึดหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ
สังคมต้องทำความเข้าใจด้วยว่า คณะอนุกรรมการฯ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่ 26 หรือชุดที่ 36 เป็นเพียงคณะทำงานที่มีหน้าที่สรุปข้อมูลเบื้องต้นเพื่อส่งให้คณะกรรมการ กกต. เท่านั้น สุดท้ายแล้วผู้ที่จะต้องใช้ดุลพินิจไปตามอำนาจหน้าที่ในการพิสูจน์ความผิดและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาทุกคนคือ "คณะกรรมการ กกต. ชุดใหญ่"
กระบวนการพิจารณาความยุติธรรมควรเริ่มต้นและจบลงได้ตั้งแต่ชั้น กกต. โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน หากพิสูจน์ได้ว่าบริสุทธิ์ก็ไม่จำเป็นต้องผลักภาระให้ลากยาวไปถึงชั้นศาล สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องเหล่านี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานใด ก็ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานนั้นเป็นผู้ดำเนินการ
และที่สำคัญ กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดต้องตั้งอยู่บน "หลักนิติธรรม" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 3 วรรคสอง ที่บัญญัติให้การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม
ดังนั้น เราควรจะรอให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระได้ดำเนินหน้าที่ของตนจนสิ้นกระแสความ ไม่ใช่ออกมาชี้นำสังคมไปก่อน
จวกก้าวก่ายองค์กรอิสระ แนะข้องใจให้ใช้ "มาตรา 157"
ประเด็นที่ต้องตั้งคำถามอย่างหนักคือบทบาทของคุณไอติม ที่ออกมาให้ข้อมูลในลักษณะรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว ซึ่งคุณไอติมไม่ได้มีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ กกต. และไม่มีอำนาจใดๆ ในการไต่สวนเรื่องนี้ การเป็นเพียงนักการเมืองคนหนึ่งเช่นเดียวกับคุณภราดร ย่อมไม่มีสิทธิ์ที่จะมาชี้ผิดชี้ถูก หรือออกมาชี้นำสังคมได้เลย
การกระทำดังกล่าวทำให้สังคมรับข้อมูลเพียงด้านเดียว ส่งผลให้อีกคนถูกกล่าวหาไปโดยที่ไม่ได้รับความยุติธรรมใดๆ เลย ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานองค์กรอิสระอย่าง กกต. แต่ถ้าใครคิดว่า กกต. ดำเนินหน้าที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่ควรทำคือการขับเคลื่อนตามกระบวนการกฎหมาย โดยไปใช้สิทธิ์แจ้งความร้องทุกข์ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไม่ใช่ออกมาตั้งศาลเตี้ยชี้นำสังคมผ่านสื่อ
บทสรุปของการดีเบต
งานนี้ผมประเมินแล้ว คุณภราดรเป็นฝ่ายชนะครับ และถือเป็นการ "เก็บแต้มต่อ" โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อจาก คุณนภินทร (รัฐมนตรีในยุคคุณอนุทิน) เรียกได้ว่างานนี้โชว์เข้าเป้าทั้ง 2 คนเลยครับ
ส่วนคุณไอติมในรายการนี้ ดูแล้วไม่ใช่ไอติมที่สามารถทรงตัวอยู่ได้ แต่มองแล้วกลับกลายสภาพเหมือน "แคมบูเล่" ขนมฝรั่งเศสที่ดูผิวเผินข้างนอกเหมือนจะแข็งกรอบ แต่พอเจอข้อเท็จจริงเคาะเข้าไป ข้างในกลับเละและละลายไปเสียแล้วครับ!
#สามารถ #ไอติม #กกต #ดีเบต #องค์กรอิสระ #หลักนิติธรรม #รัฐธรรมนูญ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline
- โฆษณา -
แท็กที่เกี่ยวข้อง