“อนุทิน” ลุยสงขลา ลั่นรัฐทุ่มงบเต็มที่ฟื้นระบบน้ำ 5 จังหวัดใต้ จ่อทำประกันอุทกภัยให้ทุกครัวเรือน

การเมือง31 ส.ค. 2569 • 14:31 น.
“อนุทิน” ลุยสงขลา ลั่นรัฐทุ่มงบเต็มที่ฟื้นระบบน้ำ 5 จังหวัดใต้ จ่อทำประกันอุทกภัยให้ทุกครัวเรือน

 วันที่ 31 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ ตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

ก่อนเวลา 11.30 น. นายกฯพร้อมคณะเดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้า ทะเบียน QC1005 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถทดลอง หรือTest Drive มาลงพื้นที่ในจุดแรกติดตามการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ ประตูระบายน้ำหน้าควน (คลองภูมินาถดำริ) (บริเวณด้านหลังโรงแรมอัลฟาฮัจย์) ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และมีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่สส.ในพื้นที่มารอต้อนรับ 

ทันทีที่นายกฯมาถึงได้รับฟังบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมรับมือ และป้องกันน้ำท่วมพื้นที่หาดใหญ่ จากนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน โดยนายกฯได้สอบถามเรื่องงบประมาณในแผนแผนพัฒนาแหล่งน้ำ และแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งได้รับรายงานว่าอยู่ในร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งได้งบไปหมดแล้ว โดยอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า มีความพร้อมแล้วสำหรับโครงสร้างรองรับน้ำหลาก เชื่อว่าจะแล้วเสร็จตามเป้าหมาย

     จากนั้น นายกฯได้ตรวจดูความคืบหน้าการเร่งดำเนินการขุดลอกตะกอนดินบริเวณหน้าประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ พร้อมจัดเก็บวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และเตรียมความพร้อมของระบบบริหารจัดการน้ำ สร้างความมั่นใจในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายพิพัฒน์ นายสุริยะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และอธิบดีกรมชลประทาน ได้ไปดูบริเวณประตูระบายน้ำ โดยนายกฯจับแขนนายพิพัฒน์ และชี้ว่านี่คือจุดกระโดดหากแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่สำเร็จ ลงเลยเดี๋ยวจะเชือด ขณะที่ นายพิพัฒน์ บอกว่า ไม่ๆพร้อมจับแขนนายสุริยะ นายสุริยะ จึงบอกว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น พร้อมกับหัวเราะ 

นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีกับพี่น้องชาวหาดใหญ่เพื่อนข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เข้าร่วมพบปะกันในวันนี้ตลอดจนพี่น้องสื่อมวลชน วันนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.)มาประชุมประจำสัปดาห์ที่เรียกว่าเป็นการประชุมนอกสถานที่ ในระหว่างที่ตนเป็นนายกฯเราได้เลือกจังหวัดสงขลา ที่อำเภอหาดใหญ่เป็นที่ประชุมครม. นอกสถานที่ นอกทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก ขอให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลา ชาวหาดใหญ่ได้เข้าใจว่าเราให้ความสำคัญ เพราะเราต้องการให้จังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัยจากอุทกภัยภัยต่างๆจากธรรมชาติตลอดจนมีความปลอดภัยในทุกด้าน มีความสะดวกในการทำมาหากินของประชาชน ซึ่งเป็นเมืองที่มีทั้งการท่องเที่ยวทางเศรษฐกิจ ทางอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและเป็นเมืองที่จ่ายความเจริญไปยังจังหวัดอื่นๆอีกมากมาย

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรื่องแรกที่อยากมาดูด้วยตัวเองคือเรื่องน้ำ เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่าเรามีระบบบริหารจัดการที่มั่นคงแข็งแรงเพียงพอ วันนี้ในภาพรวมรัฐบาลกำลังติดตามเรื่องน้ำโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ เรามาดูทุกอย่างด้วยตาตัวเอง รัฐมนตรีทุกท่านที่มาในวันนี้จะได้เห็นสภาพความเป็นจริงว่าเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่พร้อมกับรัฐมนตรีหลายท่านเพื่อติดตามการซ่อมแซมและการเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว พวกเราทุกคนลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและเห็นความทุกข์ยากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวสงขลาและทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสตูล จังหวัดพัทลุง ตลอดจน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เราคิดว่าถ้าเราจำกัดบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดสงขลาได้ จะช่วยบรรเทาอุทกภัยในจังหวัดอื่นๆจะคลี่คลายลงและเราสามารถดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนได้ด้วยประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้น 

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณอย่างเต็มที่ให้เพียงพอแก่การสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ฟื้นฟูระบบชลประทาน ระบบบริหารจัดการน้ำใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว วันนี้ครม.ทุกคนจึงมาดูว่างานที่ได้สั่งการไปมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว  เรายึดว่าเราต้องเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมที่สุด ถอดบทเรียนทุกบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา จุดไหนที่เป็นคอขวดจุดไหนเป็นที่ระบายน้ำได้ช้า จุดไหนต้องเพิ่มประสิทธิภาพก็ต้องเพิ่ม และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลโดยตรงต่อการระบายน้ำ ดังนั้นขอให้ทุกหน่วยงาน ข้าราชการต้องรีบจัดการให้ เส้นทางระบายน้ำให้ความพร้อมใช้งาน เราอย่าไปโยนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเดียว หรือกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัด อำเภอ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)ต้องร่วมกันทำงาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกอันตรายที่มันเกิดขึ้นอย่างปีที่แล้วมันจะไม่เกิดขึ้นอีกในปีนี้

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลต้องมีการร่วมกันประเมินผลปริมาณน้ำ สภาพอากาศ เราต้องแชร์ข้อมูล เพื่อให้การประเมินสถานการณ์ให้มีความรวดเร็วและที่สำคัญคือการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ทันท่วงที การเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เส้นทางอพยพสู่ศูนย์พักพิงต้องทำให้พร้อม เมื่อเกิดเหตุทุกฝ่ายต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที เราชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่เราต้องืำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ลดน้อยลงที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถ้ามันเกิดขึ้นมาเราต้องเข้าไปช่วยเยียวยาความทุกข์เหล่านั้นให้กับประชาชนด้วยความรวดเร็วและทันท่วงที 
ในวันที่พี่น้องมีความเดือดร้อนตนกำชับทุกหน่วยงานของรัฐบาลให้ทำงานลดขั้นตอน ลดเอกสารและใช้ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วดำเนินการให้มากที่สุดเรื่องใดที่ประชาชนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือยังมีปัญหาตกหล่น ขอให้แจ้งพวกเราเข้ามารัฐบาลจะติดตามให้ครบ

“ตนขอให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวของอำเภอหาดใหญ่ได้มั่นใจว่าวันนี้รัฐบาลมุ่งหาทางแก้ปัญหาที่ตรงหน้าและผลักดันศักยภาพของสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ให้เดินหน้าไปการลงทุน การท่องเที่ยวมการสร้างโอกาสของประชาชนมการจ้างงานมสร้างรายได้ ให้กับคืนสภาพสู่คนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุดมเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของทุกท่านจะต้องมีการแก้ปัญหาและแก้ไขให้ตรงจุด ทำให้สงขลาซึ่งเป็นทั้งเมืองเก่าเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมและเป็นเมืองที่มีชุมชนเป็นที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านเรายังต้องให้สิ่งเหล่านี้อยู่กับสงขลาตลอดไปในบริบทที่ดียิ่งขึ้น มีการพัฒนามีการยกระดับและมีการเพิ่มการอำนวยความสะดวกในทุกด้านให้กับความพี่น้องให้จงได้ การประชุมครม.นอกสถานที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่จากกรุงเทพฯมาสงขลา แต่ต้องทำให้พื้นที่ที่มีปัญหาได้รับการแก้ไขและสร้างศักยภาพทุกมิติให้กับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 1 ก.ย.เราประชุมคณะ รัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)ที่มีเรื่องที่จะอนุมัติคือจะนำเสนอในเรื่องของการทำประกันอุทกภัยให้กับพี่น้องในทุกหลังคาเรือน ถ้าเกิดเหตุตอนนี้จะไม่ต้องกังวลในเรื่องของจะต้องไปพิสูจน์ว่าอยู่ที่ไหน อยู่อย่างไรอยู่ถูกหรืออยู่ผิด เป็นผู้เช่าหรือเป็นเจ้าของบ้าน ถ้าพี่น้องอยู่ที่นี่ ลงทะเบียนที่นี่ไม่ว่าจะมาจากไหนรัฐบาลจะให้การดูแลคุ้มครองคุณภาพชีวิต เบื้องต้นในรายละเอียดจะออกมาเป็นขั้นตอน การกำหนดคุณสมบัติต่างๆของผู้ที่จะได้รับเบี้ยประกันในส่วนนี้ ในการประชุมครม.สัญจร หากมีสิ่งที่ไม่พึงประสงค์สิ่งที่เป็นอุทกภัยภัยธรรมชาติต่างๆเกิดขึ้น เราทำทุกอย่างพี่น้องประชาชนบอกรัฐบาลช้า เราก็ไปหาวิธีการในการที่จะเร่งให้ความสะดวกสบายที่จะทำให้เกิดการเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุดให้เกิดขึ้น เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง และไม่ได้เพิกเฉยรัฐบาลทำทุกนาทีในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ให้กับพี่น้องชาวสงขลาและอีก 4 จังหวัดในภาคใต้และเราก็จะทำเช่นนี้ให้กับทุกจังหวัด ทุกเขตเพื่อให้มั่นใจว่าในที่สุดแล้วเราจะบริหารสถานการณ์และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบรัฐบาล วันนี้ไม่ใช่ข้อสั่งการของใครคนใดคนหนึ่งนี่คือข้อสั่งการของรัฐบาลที่ท่านต้องให้ความร่วมมือในส่วนที่ปฏิบัติเราก็ปฏิบัติให้ แต่ในส่วนที่ต้องให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกท่านก็ต้องดำเนินการเพื่อพี่น้องประชาชน 

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้เปิดใช้โครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการวันแรก  นายไชยชนก(ดีอี) วางโครงสร้างพื้นฐานไว้ เราใช้ไม่เป็น แต่ลูกหลานของเราจะมาสอนให้เราได้ใช้ประโยชน์ยืนยันโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี พวกเรามาด้วยความตั้งใจ ทั้งนี้ ระหว่างแนะนำตัวผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรี ได้บอกกับประชาชนว่า ตนได้ชี้จุดกระโดดน้ำให้กับผู้ว่าฯดูแล้ว ถ้าปีนี้มีปัญหาอีก เราจะมาดูเขาอยู่ตรงนี้  พร้อมชี้ไปที่ประตูระบายน้ำ และถามว่า “จะลงไปเองหรือจะใช้เชือกห้อย มีอยู่แค่นั้น”  ซึ่งตนคิดว่า เขาไม่ให้เกิดปัญหาแน่นอน และเขาก็มาบอกตนว่า ได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้พร้อม แม้จะชนะธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องชนะในเรื่องการดูแลประชาชน 
    

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายกฯ พบปะประชาชนชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีอาการเสียงแหบและมีอาการไอเป็นระยะ