“จตุพร” สับเละ! กกต. จ่อโดนลอยแพเดือนกันยาฯ สัญญาณคุกจ่อ “ตู่-แหวง” บี้ปราบโกง สว. ล็อกคอส่งศาลฎีกา
รอดยาก! สัญญาณเปราะบางส่องจับ กกต. ชี้ทุกกลุ่มสังคมจ่อตัดหางอำนาจองค์กรอิสระ จับตา“บวรศักดิ์-วิชา-วัส”ขยับไม่ใช่เรื่องบังเอิญมาพบกัน เชื่อกันยานี้ “แหวง”ยิ่งคิดมาก ปวดหัว ยาพาราฯ คงเอาไม่อยู่ “ป๋า-ไอติม” บี้โกง สว.หนัก รุกถี่ต้องส่งฟ้องศาลฎีกา
เมื่อ 28 ส.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สัญญาณเปราะบางและสุ่มเสี่ยงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปรากฎขึ้นแล้ว และตลอดเดือนกันยายนนี้ ยาพาราเซตามอลคงบรรเทาปวดหัวยังช่วย กกต.ไม่ได้ผล
อย่างไรก็ตาม แม้ กกต. เลื่อนชี้ขาดส่งผลไต่สวนเลือก สว. หรือ คดีฮั้ว สว.ต่อศาลฎีกาจาก 7 ก.ย.ออกไปเป็น 14 ก.ย.นี้ แต่คงไม่เป็นผลดี เพราะเป๋า-ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์กับไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน จะยิ่งใช้เวลาที่เหลือยู่เปิดเอกสารคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ให้คุ้ม แล้วลากลามลึกไปสู่เนื้อหาโกงเลือก สว.ยิ่งขึ้น
"วันนี้ไม่มีใครพกความเครียดมากกว่า กกต. ถ้าดูท่วงทำนองฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ไม่ตอบคำถามนักข่าว และไม่พร้อมที่จะพูด อาจมึนงงสับสนกับข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหาและแจ้งความเอาผิด"
อีกทั้งกล่าวว่า แม้กรรมการ กกต. มีที่มาจากองค์กรไหนก็ตาม แต่สิ่งสำคัญทุกคนต้องท่อง ม.157 ไว้ให้ดี และต้องคิดให้หนักหลังจากลงมติผลไต่สวนเลือก สว.วันที่ 14 ก.ย. แล้ว จะถูกฟ้องข้อหาอะไรตามมาอีกด้วย ทั้งที่สิ่งควรทำคือ กกต.ต้องนำเรื่องราวของทุกสีมาพิจารณาในคราวเดียวกันเพื่อสร้างความสมดุล แต่กลับไม่ทำ จนเหลือเรื่องร้อนๆ ของตัวเองไว้ในมืออย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม คนที่เอาเอกสารไต่สวนกว่า 9 หมื่นหน้าของชุดที่ 26 ไปให้ไอลอว์นั้น ย่อมเล็งเห็นผลอยู่แล้วว่า ถ้าไม่มีเอกสารกว่า 9 หมื่นหน้านี้ กกต.จะชี้ตามการไต่สวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ไม่ยาก เพราะคนไม่เห็นรายละเอียดของคณะอนุฯ ชุด 26 ที่ดีเอสไอทำการไต่สวนร่วมกับ กกต. ดังนั้น เอกสารคณะอนุฯ ชุด 26 จึงบีบ กกต.ไม่ให้หลบเลี่ยงพิจารณาเป็นอย่างอื่นได้เลย อีกอย่าง เป๋า-ยิ่งชีพ กลับตอกย้ำว่า ถ้าไม่ฟ้องใคร จะเปิดหลักฐานคนนั้น
"ขณะนี้หลักฐานการไต่สวนของชุดที่ 36 นั้น ไม่มีใครนำมาเผยแพร่ว่า แย้งผลตรวจสอบของชุด 26 อย่างไร เพราะถ้าเผยแพร่แบบซี้ซั้วจะกลายเป็นปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก ดังนั้น จากวันนี้ถึง 14 ก.ย. ยาพาราเซตามอล คงจำเป็นกับ กกต. กว่าจะถึง 14 ก.ย.จะยิ่งคิดมากที่สุด”
นายจตุพร ย้ำทางเลือกของ กกต.ว่า มีให้เลือกแบบไม่ฟ้องใครเลยตามการไต่สวนของชุด 36 ชี้ไว้ หรือแบบสองเพื่อเอาตัวเองรอดต้องฟ้องตามชุด 26 และแบบสามเลือกแบบอัมพาตครึ่งท่อนโดยฟ้องโกง สว. เพียงบางส่วน
สิ่งสำคัญ การปรากฎตัวของ อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกฯ ชุดอนุทิน 1 รวมถึง อ.วิชา มหาคุณ และนายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษา ถือว่า เป็นสัญญาณไม่สู้ดีนักของ กกต. เพราะบุคคลทั้ง 3 นี้มาร่วมเวทีเสวนาฝ่ายค้านชำแหละการเลือก สว. จึงไม่ใช่ความบังเอิญ ดังนั้น จากนี้ไปถึง 14 ก.ย.นี้ กกต.ต้องคิดอ่านจะชี้ขาดผลการไต่สวนคดีฮั้ว สว. ให้หนัก
"โดยไม่ลืมว่า หลังจาก 14 ก.ย.ไป คำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ย. จะมาพร้อมความรับผิดชอบของ กกต. เพราะถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับแล้ว ความเสียหายเกิดจากการใช้งบประมาณจะมีผลทั้งคดีแพ่งและอาญา ดังนั้น ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่เขา (กกต.) ไม่มีคามสุขที่สุดแล้ว ถ้าโดดหนีได้ ป่านนี้คงโดดหนีกันระนาว”
พร้อมทั้งย้ำว่า 28 ก.ย.นี้ ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้ง คงเป็นจุดเสี่ยงของ กกต.อีกครั้ง เพราะยิ่งยืนกรานบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งเป็นความลับ แต่กลับทำพิรุธไม่ใส่บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดในการเลือกตั้งครั้งถัดมา พฤติกรรมเช่นนี้จึงน่าสงสัยในการปฏิหน้าที่ของ กกต.อย่างยิ่ง ดังนั้น สถานการณ์เดือนกันยายนมีสัญญาณเปราะบางมากกับ กกต.
#กกต #จตุพรพรหมพันธุ์ #ฮั้วสว #เลือกสว69 #มาตรา157 #องค์กรอิสระ #ไอลอว์ #iLaw #ไอติมพริษฐ์ #บวรศักดิ์อุวรรณโณ #วิชามหาคุณ #ศาลรัฐธรรมนูญ #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #ข่าวเด่น #ประเทศไทยต้องมาก่อน #โกงเลือกตั้ง #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองไทย #คดีประวัติศาสตร์ #ข่าวสั้น #ข่าวร้อน #จับตาการเมือง #การเมืองร้อน #กกตติดคุก