“วิชา” ชี้ “มนุษย์เฉย-องค์กรอิสระสยบอำนาจรัฐ” ทำสังคมวิกฤต หนุนดันกฎหมายคุ้มครองพลเมืองตรวจสอบทุจริต
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้าต่อมาได้จัดเสวนา เสวนาหัวข้อ “ถอดบทเรียน 30 ปี องค์กรอิสระ” จากนั้น นายวิชา มหาคุณ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ได้สะท้อนถึงวิกฤตความเสื่อมถอยที่เกิดขึ้นจากทั้งระบบและความอ่อนแอของสังคม พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคประชาชน ว่า สังคมไทยกำลังเผชิญวิกฤตจากภาวะ "มนุษย์เฉย" หรือปรากฏการณ์ที่ผู้คนในสังคมเฉยชา ละเลยต่อความถูกต้อง และไร้การยืนหยัดทัดทานสิ่งที่ผิด ในขณะเดียวกัน องค์กรอิสระที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์เพื่อการตรวจสอบ กลับขยายขนาดจนกลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่สยบยอมต่ออำนาจรัฐ ขาดการยึดโยงกับประชาชน และเปิดช่องให้กลุ่มอิทธิพลหรืออำนาจทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง ซึ่งรวมไปถึงข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสในกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภา (ส.ว.) และองค์กรอิสระต่าง ๆ
นายวิชา ยังชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญในการตรวจสอบ นั่นคือวัฒนธรรมการปกปิดข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานรัฐ ที่มักตีความข้อมูลสาธารณะให้กลายเป็น "ความลับทางราชการ" ส่งผลให้ประชาชนและภาคประชาสังคมเข้าถึงข้อมูลเพื่อทำการตรวจสอบได้ยากลำบาก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศ.พิเศษ วิชา ได้เสนอแนวทางปรับปรุงเชิงโครงสร้างและกฎหมาย โดย เปลี่ยนวัฒนธรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ถ่ายทอดแนวทางจากประเทศสิงคโปร์ที่มุ่งสร้าง "วัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์" (Integrity Culture) ใช้มาตรการทางจริยธรรมบังคับให้ออกจากตำแหน่งทันทีหากไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน โดยเน้นความกระชับและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการ ข้ามขั้นตอนทางอาญาที่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองทรัพยากร

นายวิชา กล่าวต่อว่า ยกระดับประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบ ผลักดันให้พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและสมาร์ตโฟน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเพียงองค์กรอิสระขนาดใหญ่ และผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ บังคับใช้กฎหมายเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Public Information) อย่างจริงจัง พร้อมออกกฎหมายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Protection) และกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law) ครอบคลุมไปถึงการปกป้องประชาชนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

“ทั้งนี้ ภาคประชาสังคม สื่อมวลชนอิสระ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญของยุคสมัยในการทะลุทะลวงการปกปิดข้อมูล และเป็นพลังขับเคลื่อนหลักในการบีบให้หน่วยงานรัฐต้องปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล (Governance) ความเปิดเผย และความโปร่งใสอย่างแท้จริง”นายวิชา กล่าว