- โฆษณา -

“เทพไท” ลุ้นตุลาการภิวัฒน์ หยุด “การเมืองกินรวบ” ชี้ 2 คดีสำคัญอาจปลดล็อกทางตัน

การเมือง27 ส.ค. 2569 • 08:15 น.
“เทพไท” ลุ้นตุลาการภิวัฒน์ หยุด “การเมืองกินรวบ” ชี้ 2 คดีสำคัญอาจปลดล็อกทางตัน

วันที่ 27 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่าลุ้น ตุลาการภิวัฒน์ หยุดการเมืองกินรวบ

 เมื่อวานนี้ วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการนัดไต่สวนพยานปากสำคัญรวม5ปาก ในคดีการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ลงในบัตรเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือจะทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้วันนี้ (วันที่ 27 สิงหาคม 2569) เดินเผชิญสืบเพื่อหาพยานหลักฐานมาประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และกำหนดให้วันที่ 11 กันยายน 2569 ให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ยื่นคำแถลงปิดคดี และศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นวันตัดสิน หรือเป็นวันอ่านคำวินิจฉัยคดีการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
 
ก็ทำให้หลายฝ่ายต่างคาดหวังในสถานการณ์ปัจจุบัน การเมืองภายใต้การบริหารจัดการของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งยากที่จะโค่นล้มได้ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ การกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออก การยุบสภา ซึ่งไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลย ในองคาพยพของระบอบสีน้ำเงิน ที่มีความพร้อมในทุกด้าน และเกิดสภาพการกินรวบการเมืองของประเทศทั้งหมด จึงมีการคาดหวังว่า กระบวนการตุลาการภิวัฒน์อาจจะเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะเป็นแค่แสงสว่างที่ริบหรี่ปลายอุโมงค์ก็ตาม แต่คนที่ไม่ต้องการเห็นการกินรวบ หรือการผูกขาดทางการเมืองของระบอบสีน้ำเงิน ต่างก็คิดว่ากระบวนการตุลาการภิวัฒน์น่าจะเป็นทางออก และปลดล็อกการเมืองที่กำลังจะเข้าสู่ทางตัน เหมือนกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2549 และปี 2557 ที่มีการล้างกระดานใหม่ และมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
 
ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่สังคมคาดหวังว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นโมฆะ น่าจะเป็นการปลดล็อกทางการเมือง กับอีกเรื่องหนึ่งที่สังคมคาดหวังเรื่องตุลาการภิวัฒน์เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะเป็นหนทางที่เป็นไปได้ยากมากก็ตาม กรณีที่มีการเปิดโปงขบวนการฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว. และมีการแฉพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของการเลือกส.ว.ให้สังคมรับรู้ และกดดันไปยังคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ให้มีมติสั่งฟ้อง หรือส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง และถ้าหากศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งประทับรับฟ้อง จะทำให้ผู้ถูกฟ้องที่มีตำแหน่งต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ คือส.ว.จำนวน 138 คน และนักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรี และส.ส.อีกจำนวน 30 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที นอกจากนั้นศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง จะพิจารณาว่าคดีฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.มีการทุจริตหรือไม่
 
ถ้าผลการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งเห็นว่า การฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว.มีความผิดมีการทุจริตจริง อาจจะมีคำตัดสินให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ต้องหาจำนวน 229 คนต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และบุคคลที่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกข้อกล่าวหาในเรื่องการฮั้วส.ว. เมื่อถูกตัดสินว่ามีความผิด จะทำให้พรรคภูมิใจไทยถูกยุบพรรคไปด้วย เป็นการปลดล็อคทางการเมืองของกระบวนการตุลาการภิวัฒน์อีกครั้ง
 
เพราะฉะนั้นสังคมกำลังคาดหวังว่ากระบวนการตุลาการภิวัฒน์ อาจจะเกิดขึ้นได้2แนวทาง คือคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นโมฆะ และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง ในคดีฮั้วส.ว.หรือโกงส.ว. พิพากษาให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมีความผิด
- โฆษณา -