"ครม." รับทราบรายงานการประชุมไซเตส ชี้ ไทยไม่ถูกจัดกลุ่มปท. ที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกม.
"ครม." รับทราบรายงานการประชุมไซเตส ชี้ ไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมาย เหตุไม่มีคดีรายใหญ่- บังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
วันที่ 17 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รายงานให้ครม. ทราบถึงรายงานการประชุมไซเตส หรืออนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งจากที่ได้มีการไปประชุมไซเตสที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็มีการขอขึ้นบัญชีแนบท้าย 2 ชนิด คือ 1. การขอขึ้นบัญชีแนบท้ายสอง หมายถึงสัตว์ป่าและพืชป่าที่ยังไม่ถึงกลับจะสูญพันธุ์ อนุญาตให้ค้าได้โดยประเทศที่ส่งออกจะต้องออกหนังสืออนุญาตและรับรองว่าจะไม่กระทบต่อการดำรงอยู่ในธรรมชาติ เช่น ตุ๊กแกบ้าน ฉลามมาโก ปลาโรนันยักษ์2. การปรับหรือเลื่อนจากบัญชีแนบท้ายสอง เป็นบัญชีแนบท้ายหนึ่ง หมายถึงสัตว์ป่าและพืชป่าห้ามค้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์เช่น นากเล็บสั้น นากใหญ่ขนเรียบ เต่าดาวอินเดียเต่าแพนเค้ก โดยสัตว์ 4 ชนิดที่เพิ่มเข้ามานี้ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว ดังนั้นจึงห้ามค้าโดยเด็ดขาด
อีกทั้งยังมีการรายงานในที่ประชุมว่า ประเทศไทยไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมายอีกต่อไป เนื่องจากประเทศไทยไม่มีคดีค้างาช้างรายใหญ่ และมีมาตรการการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพทำให้เราหลุดจากนายชื่อประเทศที่เป็นการค้างาช้างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้มีการรวบรวมข้อเสนอและออกประกาศจัดทำรายงาน อีกทั้งยังมีการทำพ.ร.บ.ช้าง ให้ครอบคลุมกับช้างของเราอีกด้วย