"ประหยัด"แถลงโต้ยันไม่ทุจริต ลั่นฟ้องกลับ "เลขาฯปปช."มีเจตนากลั่นแกล้ง ไต่สวนโดยมิชอบ

การเมือง15 ส.ค. 2562 • 20:14 น.
"ประหยัด"แถลงโต้ยันไม่ทุจริต ลั่นฟ้องกลับ "เลขาฯปปช."มีเจตนากลั่นแกล้ง ไต่สวนโดยมิชอบ
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 15 ส.ค. 2562 ที่โรงเเรม ริชมอนด์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตรแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมทนายความ แถลงข่าวกรณีถูกป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด ฐานจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ จำนวน 6 รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินให้ของ นางธนิภา พวงจำปา คู่สมรส โดยเป็นทรัพย์สินในประเทศ 2 รายการ รวม 2,010,000 บาท และทรัพย์สินในต่างประเทศ 4 รายการ รวม 225,383,103 บาท มูลค่ารวม 227,393,103 บาท นายประหยัด กล่าวว่า ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2560 ต่อมาได้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องบัญชีธนาคารกรุงเทพสาขาลอนดอนที่ภรรยาทำธุรกิจกับชาวต่างประเทศ และขอกู้เงินเพื่อซื้อห้องชุดที่แจ้งว่าได้โอนกรรมสิทธิ์และปิดบัญชีไปเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่สามารถปิดได้จึงได้ยื่นแสดงรายการบัญชีธนาคาร 3 บัญชีเพิ่มเติม ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2561 เรียบร้อยแล้วจึงไม่เจตนาปกปิดแต่อย่างใด และชี้แจงว่าเป็นการที่ภรรยาถือครองกรรมสิทธิ์แทนบุคคลอื่นที่ทำธุรกิจร่วมกันและได้ยื่นเพิ่มเติมปรากฏต่อคณะกรรมการเรียบร้อยแล้ว นายประหยัด กล่าวว่า การดำเนินการคดีดังกกล่าว เป็นการกลั่นแกล้ง และดำเนินการไม่ชอบหลายประการไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ตน ที่ผ่านมาคณะกรรมการป.ป.ช. และเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ไม่เคยให้โอกาสให้ตนได้ให้ถ้อยคำชี้แจงด้วยวาจาและไม่เคยให้เข้าพบ หรือมีการเปิดโอกาสให้ได้อธิบายชี้แจงแต่อย่างใดและไม่เคยแจ้งผลการพิจารณาตามหนังสือขอความเป็นธรรมทั้งที่ได้ร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งเป็นการพิจารณาไต่สวนเพียงฝ่ายเดียว นอกจากนี้การไต่สวนไม่ชอบ ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2561 มาตรา 114 ต้องพิสูจน์เจตนาและการดำเนินการกับข้าราชการป.ป.ช.โดยเฉพาะตามระเบียบ มีการปกปิดพยานเอกสารและข้อมูลที่นำมาเป็นเหตุการแจ้งข้อกล่าวหาโดยไม่ให้ตนตามพยานเอกสารในสำนวน หรือมอบหมายอนุกรรมการไต่สวนมาชี้แจงทำให้ตนไม่สามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไม่ถูกต้องเหมือนคดีปกปิดทรัพย์สินทั่วไปหรือคดี นายประหยัด กล่าวอีกว่า ส่วนการดำเนินการไต่สวน ก็ไม่เป็นเหมือนคดีอื่นทั่วไปที่มีการมีหนังสือขอให้มาชี้แจงโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา พยานเอกสารที่ใช้กล่าวหา เช่น หนังสือสำนักงานป.ป.ง.จากต่างประเทศ ยังไม่มีการพิสูจน์ตามกระบวนการไต่สวนว่า ได้มาโดยชอบและเป็นข้อเท็จจริงตามนั้นหรือไม่ เพียงเชื่อว่าก็นำมาปรักปรำกล่าวหาให้ข่าวว่า ตนมีทรัพย์สินมากถึง 260 ล้านบาทนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเท็จทั้งสิ้น ไม่เคยมีทรัพย์สินจำนวนมากถึงขนาดนั้น "ต้องการกลั่นแกล้งผมโดยการกล่าวอ้างว่า มีทรัพย์สินจำนวนมากโดยเป็นการนับจำนวนเงินในปี 2559 ก่อนยื่นบัญชีทรัพย์สินและบัญชีเงินจากบัญชีกระแสรายรับของการสั่งจ่ายเช็คซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันใดๆทั้งสิ้น ผมไม่มีเงินหรือทรัพย์สินใดๆที่มาจากการกระทำที่ทุจริตใดๆทั้งสิ้น" นายประหยัด กล่าวต่อว่าเนื่องจากกระบวนการไต่สวนที่เร่งรัดดำเนินการผิดปกติและไม่เป็นมาตรฐานตามข้อกฎหมายมีเจตนากลั่นแกล้งตนในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.อาวุโสระดับหนึ่งรับราชการมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ได้รับรู้การทำงานภายในสำนักงานป.ป.ช.มาอย่างต่อเนื่องและยืนหยัดกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมจึงต้องพิสูจน์ความถูกต้องและขอความเป็นธรรมต่อศาลยุติธรรม "ดังนั้นผมจึงได้ฟ้องนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคหนึ่งในข้อหาหรือฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.40/2562 และจะฟ้องร้องดำเนินคดี กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกหลายคนที่ทำเป็นกระบวนการต่างกรรมต่างวาระหลายครั้งต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ต่อไป"นายประหยัดกล่าว นอกจากนี้การมีข้อบกพร่องสำคัญผิดในการยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ และเป็นเรื่องของภรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นคนละคนกันย่อมมีความเข้าใจผิดได้เมื่อรัฐธรรมนูญได้เพิ่มเจตนาจึงจำเป็นอย่างยิ่งว่าผู้มีอำนาจใช้กฎหมายต้องใช้หลักนิติธรรมในการพิจารณาอย่างเป็นธรรม และหากตนมีเจตนาปกปิดบัญชีทรัพย์สินจริงๆคงไม่ยื่นบัญชีเพิ่มเติมอย่างแน่นอนส่วนมูลเหตุการกันแกล้งตนเอง ให้ถูกดำเนินคดีครั้งนี้เชื่อว่า เกิดจากปัญหาความขัดแย้งในการปฎิบัติหน้าที่ระหว่างตนเองกับเลขาธิการป.ป.ช.