“ธรรมนัส” เผย พปชร.คะแนนนิยมตกต่ำหวั่นแพ้ก้าวไกลในศึกลต. พร้อมปรับกลยุทธ์ จัดส.ส.ต้อนรับ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า สำหรับการประชุมพรรค พปชร. ชั้น 6 อาคารรัฐสภา ที่มีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคเป็นประธานการประชุม โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเข้าร่วมประชุมนั้น บรรยากาศการเป็นไปด้วยดี แต่พบว่า ส.ส.หลายคนไม่ได้มาประชุม เนื่องจากติดภารกิจทั้งในพื้นที่ และการลงพื้นที่กับคณะกรรมาธิการ
โดยร.อ.ธรรมนัส ได้เน้นย้ำกับ ส.ส.ว่า ให้สมัครสมานสามัคคี เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีมุ้ง ให้ผนึกกำลังดีกว่า อย่าไปทะเลาะ อย่างที่บอกกันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็ไม่มีอะไร เราต้องอย่าไปตามกระแสเหมือนที่สื่อมองว่าทะเลาะกัน
ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้า พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จ.นครราชสีมา หากส.ส.คนใดไม่มีภารกิจขอให้ไปรับและให้กำลังใจนายกฯ ช่วยกันทำงาน สำหรับปัญหาเรื่องการทำงาน หาก ส.ส.คนใดมีข้อติดขัดให้บอกกับตน และประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคได้ทันที เพื่อประสานหน่วยงานเข้ามาแก้ปัญหา
ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กำชับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นระดับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่ง ส.ส.ต้องระวังในข้อกฎหมายไว้ดีๆ อย่าไปช่วยหาเสียง หรือใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่จะสุ่มเสี่ยงมีความผิดได้ ส่วนแนวในการส่งผู้สมัครนั้น ให้เป็นเรื่องของท้องถิ่นไปคัดสรรและพิจารณา โดยหัวหน้าภาคและประธานสาขาต่างๆ จะต้องมาหารือพูดคุยกันว่าจะสนับสนุนบุคคลใด และถ้าผู้ช่วย ส.ส.ต้องการที่จะไปลงสมัครต้องรีบลาออกจากตำแหน่งก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกาออกมา ทั้งนี้ในส่วนของหัวหน้าภาคจะมีการประชุมกันในวันที่ 30 ก.ย. จากนั้นจะนำผลการประชุมนำเรียนหัวหน้าพรรคต่อไป ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคยังยืนยันที่จะไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค
อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมเลือกตั้ง เพราะเวลารัฐบาลอยู่อีกไม่นาน ต้องเอาความจริงมาพูดกัน พรรคพลังประชารัฐตอนนี้ถือว่าตกต่ำ คะแนนเสียงเราไม่ดีเลยถ้าเทียบกับเมื่อ 5 เดือนก่อนหน้านี้ที่กระแสพรรคดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเราไม่กระตือรือร้น ไม่ลงพื้นที่ และในช่วงนี้รัฐบาลเจอวิกฤติ พรรครัฐบาลก็ย่ำแย่ไปตามกัน ถ้าเรายังทำอยู่เท่านี้ แล้วไปสำรวจคะแนนความนิยมชมชอบเราอาจจะอยู่รั้งท้าย หรืออาจจะแพ้พรรคก้าวไกลได้ และเราไม่รู้ว่า นายกฯ จะกำหนดวันเลือกตั้งเมื่อไหร่ ดังนั้น ให้ทุกคนทุ่มเท ทำการบ้านให้มากยิ่งขึ้น อย่าประมาท ซึ่งทำให้มีส.ส.บางคน แสดงความคิดเห็นถึงการเลือกตั้งว่า นโยบายของพรรคแทบไม่มีอะไรที่จะนำไปเป็นผลงานในการหาเสียงได้เลย
นอกจากนี้ ในที่ประชุม ส.ส.แต่ละคนเปิดใจกับ พล.อ.วิชญ์ เกี่ยวกับการขอทำโครงการระดับพื้นที่ใน 2 ปีงบประมาณที่ผ่านมา แต่ขออะไรไปกลับไม่ได้รับการตอบสนอง โดยโครงการส่วนใหญ่ที่ ส.ส.ร้องขอไปอยู่ในกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งคนในพรรคพลังประชารัฐเป็นเพียงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ไม่สามารถรับปัญหาเหล่านี้ไปดำเนินการได้ โดย พล.อ.วิชญ์รับทราบปัญหาดังกล่าว และระบุว่า หลังจากนี้จะเป็นคนไปเจรจากับทางรัฐบาลเอง โดยมอบหมายให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และรองเลขาธิการพรรค เป็นผู้รวบรวมความต้องการของ ส.ส.ในแต่ละพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมพรรคใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นแกนนำพรรค ประกอบด้วย พล.อ.วิชญ์ ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ได้เดินทางไปพบ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า พล.อ.ประวิตร ได้เห็นชอบการมอบหมายภารกิจให้กับนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร และรองเลขาธิการพรรคพปชร. ในการทำหน้าที่เป็นผู้ประสานส.ส.ของพรรค แต่ละพื้นที่เพื่อร่วมคณะต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ ในการลงพื้นที่ตรวจราชการตามจังหวัดต่างๆ ที่ถือเป็นโอกาสให้ส.ส.ได้ใกล้ชิดนายกฯ และสะท้อนปัญหาประชาชนเพื่อนำสู่การแก้ไขโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมส.ส.พรรควันที่ 23 ก.ย.ได้มีการแจ้งให้สมาชิกของพรรคทราบแล้ว โดยนายไผ่ ได้เริ่มงานทันที มีการประสานส.ส.ให้ร่วมต้อนรับคณะพล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย ในวันที่ 26 ก.ย.นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงกำหนดการเบื้องต้นของนายกฯ ที่จะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 29 ก.ย. และ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ก็ได้เตรียมการประสานส.ส.ไว้แล้วเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การตั้งผู้ประสานงานครั้งนี้ เพื่อไม่ให้พรรคถูกมองว่ามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย วัดกำลังเหมือนเช่นการลงพื้นที่ของนายกฯ ที่ จ.เพชรบุรี และการลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนส.ส.ของพรรค ไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ น้อยกว่าพล.อ.ประวิตร อย่างมีนัยสำคัญ