“คำนูณ สิทธิสมาน” จับตา “ดิจิทัลวอลเล็ต” ระเบิดเวลาลูกใหญ่ “ครม.เศรษฐา”

การเมือง10 พ.ย. 2566 • 23:00 น.
“คำนูณ สิทธิสมาน” จับตา “ดิจิทัลวอลเล็ต” ระเบิดเวลาลูกใหญ่ “ครม.เศรษฐา”

หมายเหตุ: “คำนูณ สิทธิสมาน” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ รายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์”  ออกอากาศทางช่องยูทูบ Siamrathonline ออกอากาศเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 โดยวิเคราะห์เจาะลึกถึงนโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล “นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต”  จะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ของรัฐบาลหรือไม่ รวมทั้งการบริหารงานของรัฐบาล “เศรษฐา 1” ที่ผ่านไปเพียง 2 เดือนแต่กลับต้องเผชิญกับแรงกดดัน อย่างต่อเนื่อง

- การขับเคลื่อนของรัฐบาลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาโดยนายกฯเศรษฐา ทวีสิน โดยภาพรวมมีอะไรที่ถูกใจประชาชน และมีสิ่งใดที่ควรปรับปรุงบ้าง

ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านนายกฯและรัฐบาล เนื่องจากระยะเวลายังสั้นอยู่ และเป็นระยะเวลาหลังจากที่รัฐบาลชุดเก่าของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ อยู่มาอย่างยาวนานถึง 9 ปี เพราะฉะนั้นวัตรปฏิบัติอย่างไรของนายกฯสองคนของรัฐบาลสองยุคย่อมแตกต่างกันไปบ้าง เพราะฉะนั้นก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นธรรมดา โดยภาพรวมผมเห็นว่าในระยะเวลาสองเดือนนี้ สิ่งที่เป็นประเด็นก็คือนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งแถลงมาโดยตลอดตั้งแต่การหาเสียง เมื่อเดือนมีนาคม เมษายน ที่ผ่านมาก็คือนโยบายเติมเงิน10,000บาทใส่ดิจิทัลวอลเล็ต

ซึ่งในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาก็ระบุว่าเป็นนโยบายที่สำคัญมาก ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายทุกอย่าง เพื่อกระตุกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ว่าเมื่อมาเป็นรัฐบาลแล้ว เราจะเห็นว่าแม้จนกระทั่งวันนี้ก็ยังคงต้องยอมรับว่ายังคงมีปัญหาว่ารัฐบาลจะทำในลักษณะไหน จะทำได้อย่างไร เป็นไปตามที่แถลงไว้หรือไม่ เพราะนโยบายนี้คงจะทราบกันดีว่ามีทั้งผู้ที่สนับสนุนและมีผู้ที่คัดค้านเป็นจำนวนมาก

ผู้ที่คัดค้านล้วนแต่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงทางด้านเศรษฐศาสตร์ ทางด้านการเงินของสังคม และในขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลจะเลือกวิธีการใดในการทำ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าสิ่งที่น่าจับตาก็คือประเด็นนี้ว่า ภายในระยะเวลาจากนี้ต่อไป รัฐบาลจะแถลงขั้นตอนการปฏิบัติในรายละเอียดได้เมื่อไรและจะมีปัญหาอย่างไร

-นอกจากประเด็นนี้แล้ว ยังมีข้อห่วงใยของสว.หรือไม่เท่าที่ท่านได้ติดตามมา อย่างเช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ผมคิดว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญค่อนข้างชัดเจนว่ารัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา และก็มีคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ในเรื่องการตั้งคำถามประชามติที่มีคุณนิกร จำนง จากพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธาน และได้เริ่มทยอยรับฟังความคิดเห็น ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้มารับฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการ กรรมาธิการพัฒนาการเมืองของวุฒิสภา ก็ถือว่ายังไม่มีประเด็นใดที่เป็นความชัดเจนเช่นกัน ก็คงจะใช้ระยะเวลาหนึ่ง

-ที่บอกว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทางรัฐบาลที่เพิ่งจะเข้ามาทำ มีคำพูดที่ว่า "2 เดือน เหมือน 2 ปี" เพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์โจมตีค่อนข้างหนัก ส่วนตัวแล้วมองอย่างไร

ส่วนตัวผมจะเหมือนหรือแตกต่างจากสว.ท่านอื่น ผมไม่กล้าพูด เพราะว่าสว.แต่ละท่านจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป แต่ในส่วนตัวผมเห็นว่า ขณะนี้ยังเป็นเวลาค่อนข้างสั้นเกินกว่าที่จะวิพากษ์วิจารณ์ชนิดฟันธงได้ชัดเจน ผมเห็นว่านโยบายเติมเงิน 10,000 บาทใส่ดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งในขณะนี้จะวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ผมก็เห็นว่าก็เสมือนเป็นการชกลม เพราะไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะผมเข้าใจว่ารัฐบาลเองก็มีความขัดข้องอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแม้แต่ในกระทรวงการคลังเองก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย

ทั้งในประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ ต้องมีความระมัดระวังสูง เพราะถ้าเลือกวิถีทางผิดก็จะนำมาซึ่งอนาคตของรัฐบาลอาจจะสั้นกว่าที่ควรจะเป็นก็ได้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอเวลาดูการตัดสินใจของรัฐบาล ว่าท่านจะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไรเพราะว่าในขณะนี้แทบจะไม่เหลือทางเลือกใด ๆ แล้ว นอกจากจะต้องบรรจุไว้ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2567 ซึ่งกว่าจะพิจารณาเสร็จสิ้นในรัฐสภาก็ปลายเดือนเมษายน

ทั้งนี้ในงบประมาณปี 2567 จะไปกระเบียดกระเสียรหรือไปปรับปรุง ให้มาได้ถึง 4 แสนล้าน 5 แสนล้าน ในกรณีที่ตัดกลุ่มบุคคลบางกลุ่มออกไป ดูเหมือนว่าในขณะนี้จะไปอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 แน่นอน เป็นทางเลือกทางเดียว ประเด็นคือว่าจะไปปรับลดยอดออกมาให้ได้เป็นก้อนโตขนาด 4 แสนล้านบาท 5 แสนล้านบาทได้อย่างไร มันจะมีความชัดเจนและผมเชื่อว่าในเดือนธันวาคม

เพราะตามตารางปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรก็คงอยู่ในสมัยประชุมหน้า เมื่อเปิดหลังจากวันที่ 12 ธันวาคม 2566 เมื่อถึงตอนนั้นจะเห็นว่าในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 บรรจุโครงการนี้ไว้อย่างไร มีรายละเอียดอย่างไร หรืออีกประเด็นก็ยังไม่ตัดหนทางที่อาจมีบางท่านเห็นว่าอาจจะเลือกหนทางที่ออกกฎหมายพิเศษกู้เงินมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ ผมเห็นว่าทางนี้จะเป็นปัญหาเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญและทำให้เกิดวิกฤตทางการเมืองกับรัฐบาลได้

-มีการตั้งข้อสังเกต ในประเด็นการสุ่มเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคแกนนำหลักของรัฐบาล หากจะมีการไปกู้เงินหรือว่าไม่ได้บรรจุไปในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ตอนที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงโครงการนี้ก็ต้องชี้แจงต่อกกต.ถึงแหล่งที่มาทางการเงิน พรรคเพื่อไทยชี้แจงไปเมื่อปลายเดือนเมษายน 2566 ว่ามีที่มา 4 ประการด้วยกัน 4 ทาง ล้วนแต่เป็นเงินในงบประมาณ เพราะฉะนั้น 1.ถ้าพรรคเพื่อไทยจะทำโดยวิธีการอื่นที่เป็นเงินนอกงบประมาณ ไม่ใช่เป็นเงินในงบประมาณ จะมีปัญหาหรือไม่ว่าเป็นการกระทำที่แตกต่างกับที่ชี้แจงกับกกต.ไว้ก่อนหาเสียง

2.ถ้าไม่เลือกใช้วิธีการตามที่ชี้แจงเอาไว้ คือเป็นเงินในงบประมาณอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี2567 มีวิธีการอีกสองอย่าง หนทางที่หนึ่ง ให้หน่วยงานของรัฐฯดำเนินโครงการนี้ไปก่อน และรัฐบาลตั้งเงินคืนภายหลัง ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 28 ตามที่ 1-2 เดือนก่อนหน้านี้มีข่าวจะมอบหมายให้ธนาคารออมสินเป็นผู้จัดทำ แต่หนทางนี้น่าจะปิดตายแล้วเพราะมาตรา 28 จะให้หน่วยงานของรัฐหน่วยใดทำ ต้องตรงกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐนั้น แต่วัตถุประสงค์ของกฎหมายจัดตั้งธนาคารออมสินและพระราชกฤษฎีกาไม่ได้มีอะไรที่ใกล้เคียงกับการแจกเงิน 10,000 บาท ถ้าทำไปก็เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายได้

หนทางที่สอง คือการออกพระราชกำหนดกู้เงิน อาจจะทั้งก้อน 4 แสนล้าน 5 แสนล้าน โดยคล้าย ๆ กับที่รัฐบาลชุดก่อน ๆ ทำมา เวลาเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ หรือเช่น รัฐบาลที่แล้วเกิดวิกฤติ โควิด-19 แต่เป็นหนทางที่มีปัญหาเพราะว่าอาจจะถูกตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่าไม่ใช่เหตุจำเป็น เร่งด่วน จะไม่เข้าข่ายเงื่อนไขของพระราชกำหนดได้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าใช้เงินนอกงบประมาณจะมีปัญหาทั้งสองทาง เท่าที่ฟังล่าสุดจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เหมือนจะพูดในทำนองว่า ในที่สุดก็หันไปใช้จ่ายเงินในงบประมาณ

-มีการมองกันว่าเงื่อนไขอายุของรัฐบาลนี้อาจจะอยู่ที่การเดินหน้านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต หรือไม่ และยังจะถือเป็นระเบิดเวลาลูกแรกที่รัฐบาลต้องเจอ เมื่อมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯประจำปี 2567

เป็นระเบิดเวลาลูกแรก และคิดว่าเป็นลูกใหญ่ด้วย เพราะว่าเป็นนโยบายเอกของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงเข้ามา และเป็นตัวแปรสำคัญที่รัฐบาลใช้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะเลือกวิถีทางใด ก็จะมีผลกระทบทางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน และอย่าลืมว่าในสมัยประชุมต่อไป ก็เป็นสมัยประชุมที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี กว่าจะผ่านวาระ 3 ประมาณเดือนเมษายน 2567 หรือถ้ารัฐบาลใช้วิธีการอื่น จะต้องมีการถกกันในสภาฯอยู่พอสมควร

และอาจจะนำไปถึงการยื่นเรื่องราวต่อองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่ขณะนี้ทางองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ตามรัฐธรรมนูญ2560 ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ2561 ทั้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการปปช. และ กกต. เตรียมการดำเนินการศึกษา หรือติดตาม ดูว่าเป็นประเด็นที่กระทบวินัยการเงิน การคลังของรัฐอย่างไร

ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 ซึ่งถ้าเป็นรายงานออกมาที่เป็นผลลบต่อรัฐบาล แม้ว่าองค์กรเหล่านั้นไม่มีหน้าที่และอำนาจที่จะสั่งหยุดโครงการหรือสั่งให้ปรับโครงการได้ แต่ผลการศึกษาขององค์กรเหล่านี้ จะส่งผลกระทบเป็นผลสะเทือนทางการเมืองแก่รัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือว่ากลุ่มพลังประชาชนต่าง ๆ จะนำมาดำเนินการทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

ซึ่งรวมทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ หรือจะเป็นการอภิปรายทั่วไปในลักษณะที่เป็นการลงมติเพื่อไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งสำหรับประชาชนที่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ของรัฐบาล และทางพรรคเพื่อไทยหาเสียงไปแล้ว หากการดำเนินการไม่เป็นไปตามที่เคยหาเสียงไว้ก็อาจจะมีผลกระทบได้ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเห็นด้วยว่าเป็นระเบิดเวลาลูกแรก และเป็นลูกใหญ่ที่เราจะต้องดูว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร จะชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร หรือว่าจะผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไร


-มีคำแนะนำว่ารัฐบาล จะต้องทำอย่างไรต่อ ควรถอยนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตตอนนี้หรือไม่

ผมคงมิบังอาจไปแนะนำรัฐบาล ด้วยความเคารพ เพราะอะไรก็ตามแต่ที่รัฐบาลหาเสียงไว้ก็ควรปฏิบัติตาม แต่ก็ต้องปฏิบัติตามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และถูกต้องตามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่เป็นจริง ถ้ามีอะไรที่จะเสนอแนะได้ คืออยากให้รัฐบาลพิจารณาเงื่อนไขของความเป็นจริง หากยังไม่มีความพร้อมก็อาจจะขยับระยะเวลาเลื่อนออกไปก่อน 

โดยพิจารณาสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยตามความเป็นจริง แต่ถ้าคิดว่ามีความพร้อมและสามารถตัดยอดเงินลงไปจำนวนหนึ่งหรือไม่ อย่างไร ก็สามารถเดินหน้าได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอให้คำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมายทุกประการให้มากที่สุด เพราะว่าจะล่อแหลมต่อการที่จะถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำที่มิชอบหรือขัดต่อกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง  และมีกระบวนการร้องเรียนไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง และในที่สุดโครงการก็จะล่าช้าออกไป