“นิกร"ชี้ กมธ.แก้รธน.เห็นต่างเสียงโหวตใช้กี่เสียง แนะใช้ 3 ใน 5 ขวางแก้ยากขึ้น
เมิ่อวันที่ 11 ธ.ค.นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒน ฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ..... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญ) รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ว่ากมธ. เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาเป็นรายมาตราแล้ว คือ มาตรา 3 ว่าด้วยการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อปลดล็อคการใช้เสียงเห็นชอบจากเดิมที่ให้มีส.ว.ร่วมลงมติ 1 ใน 3 สำหรับวาระแรก และให้ใช้เสียงของส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ร้อยละ 20 ร่วมลงมติเห็นชอบในวาระสาม ทั้งนี้ยอมรับว่าการแก้ไขจำนวนเสียงนั้น มีความเห็นต่าง ระหว่าง จำนวน 3ใน5 หรือ ตามร่างแก้ไขของพรรคร่วมรัฐบาล และ มากกว่ากึ่งหนึ่ง ตามร่างแก้ไขของพรรคฝ่ายค้าน ทั้งนี้มีส.ว.เสนอให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ทำให้กมธ.ฯ รอการสรุปไว้ก่อน เพื่อพิจารณารายละเอียดให้รอบด้านอีกครั้ง
“ส่วนตัวผมเห็นว่าการลงมติเพื่อแก้ไขกฎหมายสำคัญ หรือ กฎหมายแม่ ไม่ควรแก้ง่ายจนเกินไป เพราะอนาคตส.ส.ร่วมรัฐบาลอาจใช้สิทธิเสนอแก้ไขมาตราและรายละเอียดใดก็ได้ เพียงแค่รวมกับเสียงส.ว.ไม่กี่คน ขณะที่การใช้เสียง 2 ใน 3 หรือ 500 คนจากเสียงสมาชิก 750 คนนั้น อาจเป็นปัญหาเพราะต้องใช้เสียงส.ส.ทั้งหมดของสภาฯ และกรณีที่มี ส.ส.ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ต้องงออกเสียงอาจทำให้เป็นปัญหา ส่วนตัวเห็นว่าเสียง 3ใน5นั้นเหมาะสม อย่างไรก็ตามที่ประชุมต้องหารือให้รอบด้าน ก่อนจะกลับมาตัดสินใจอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่าการลงมติจะไม่ใช้เสียงกมธ.ข้างมากลากไปแน่นอน” นายนิกร กล่าว
นายนิกร กล่าวด้วยว่า ในประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไป คือ ที่มาของส.ส.ร. ที่พบว่ามีรายละเอียดแตกต่างกันระหว่างร่างของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ดีในเนื้อหาของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอให้ส.ส.ร. มาจากเลือกตั้ง 150 คนและคัดสรร50 คนนั้น เบื้องต้นตนในฐานะผู้ทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ขัดข้องต่อการแก้ไขที่มาของส.ส.ร.ที่มาจากการคัดสรร ส่วนของเยาวชน จำนวน 10 คน ซึ่งร่างเดิมกำหนดให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดำเนินการ แต่เมื่อพิจารณาให้รอบคอบแล้ว เห็นว่าควรให้ตัวแทนเยาวชนเป็นผู้เสนอ ดังนั้นในกมธ.ฯ เตรียมเชิญตัวแทนเยาวชน เช่น สภาเยาวชน, องค์การนิสิตนักศึกษา หรือ ตัวแทนม็อบ ให้ความเห็นและร่วมออกแบบที่มา นอกจากนั้นแล้วในการกำหนดคุณสมบัติของ ส.ส.ร. นั้นได้เปิดกว้างให้เยาวชนที่อายุ 18 ปี ขึ้นไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ร.ด้วย.