เริ่มแล้ว! “สมพงษ์” ซัด “ประยุทธ์” เป็นผู้นำโอหัง ค้าความตาย สร้างภาพ วอน "ส.ส.-รัฐบาล" ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ
เริ่มแล้ว! “สมพงษ์” ซัด “ประยุทธ์” เป็นผู้นำขี้ขลาดที่สุด โอหัง คลั่งอำนาจ ค้าความตาย ทุจริตต่อหน้าที่ วอน ส.ส.รัฐบาล ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ ชี้ไม่ใช่ผู้นำของอนาคต-หมดหวังแก้ปัญหา
วันที่ 31 ส.ค.64 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี วันแรก
จากนั้นนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เป็นคนกล่าวนำคนแรกในข้อหาในญัตติ อภิปรายว่า การบริหารผิดพลาด ฉ้อฉล และทุจริตต่อหน้าที่ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ในประเด็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการป้องกันโรคให้ประชาชน ทั้ง การจัดหาวัคซีนทางเลือก วัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้ประชาชน, เครื่องมือตรวจเชื้อที่มีมาตรฐาน การจัดหาเครื่องมือ และวัคซีนป้องกันโควิด นั้นไม่มีแผนงาน ไร้ทิศทาง ทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชน รวมถึงสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และประชาชน แม้รัฐบาลจะกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา แต่พบกาใช้จ่ายยไร้ทิศทาง ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง สร้างหนี้สาธารณะชนเพดาน หนี้ครัวเรือนสูงเป็นประวัติการณ์ คนตกงาน ส่วนมาตรการที่รัฐบาลกำหนดไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเพียงพอ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ทุจริตต่อหน้าที่หลายเรื่อง ทั้งการกระจายวัคซีนที่เลือกปฏิบัติ, การซื้อวัคซีนที่เลี่ยงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งลักษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์มีลักษณ์ค้าความตาย ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หวังกอบโกยประโยชน์บนคราบน้ำตาประชาชน
นายสมพงษ์ กล่าวว่า สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข บริหารราชการที่ไร้ความสามารถที่จะทำให้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ยุติลง อีกทั้งยังมุ่งแสวงหาประโยชน์จากการจัดหาวัคซีน ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็ไร้ความรู้ความสามารถต่อการแก้ไขปัญหาแรงงานในภาวะที่โควิด-19 สร้างผลกระทบ อีกทั้งยังพบการใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ ทำสิ่งที่ขัดต่อผลประโยชน์ ขณะที่นายศักดิ์สยาม มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ และจงใจไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่มีความซื่อสัตย์ โดยบุกรุกครองที่ดินของรรัฐเพื่อนำมาเป็นของตนและเครือญาติอย่างฉ่อฉล ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ไร้ความสามารถบริหารงาน ปล่อยให้เกิดโรคระบาดสัตว์ จนส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และนายชัยวุฒิ ธนาคมนุสสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบการใช้ตำแหน่งและสื่อของรัฐบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความแตกแยยกในสังคมมุ่งประโยชน์การเมืองมากกว่าประโยชน์ประเทศและประชาชน
“ผู้นำประเทศมีความโอหัง คลั่งอำนาจ ขาดความรู้และความสามารถจัดการปัญหา บริหารงานด้วยปาก พบมีการแก้ปัญหาผ่านคำแถลงที่ตำหนิประชาชน ผู้นำไทยไร้ความสามารถ ไม่เข้าใจและประเมินสถานการณ์โรคระบาดทำให้เกิดผลกระทบของโรคระบาดไม่สามารถปกป้องประชาชนจากวิกฤตได้ ผู้นำรวบอำนาจและบริหารเก่งคนเดียว ไม่สนใจใจเสียงก่นด่าของประชาชนที่มาจากความคับแค้นของตัวเอง และคนในครอบครัว ประชาชนสิ้นหวัง แต่ผู้นำยิ้มร่า หัวเราะเยาะ สร้างภาพเอาความดีเข้าตัว แต่คนล้มตายเป็นใบไม้ร่าง สิ่งเหล่านี้นายกฯได้ยินหรือไม่ ประชาชนอยู่ในหัวใจหรือไม่ ใจดำ ไร้หัวใจ โอหัง เป็นคำขัดเจนที่สุดในเวลานี้ ไม่สามารรถป้องกันความสูญเสียของประชาชนเลย แต่ผู้นำกลับทำงานที่บ้านอยู่บนหอคอย ไม่กล้าลงมารับรู้ความจริง เป็นผู้นำที่ขี้ขลาดที่สุด จึงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวว่า นอกจากการอภิปรายของส.ส.ฝ่ายค้าน ยังพบว่ามีประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกเช่นกัน จึงขอให้ส.ส.หยุดมองประโยชน์ส่วนตน เปิดหัวใจมองเห็นชีวิตประชาชน ร่วมเจตจำนงกับประชาชนให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ส.ส.รัฐบาลต้องเข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือผู้นำคือความอับอายของประเทศ ไม่สามารถทำให้ประเทศพ้นวิกฤต ไม่ใช่ผู้นำที่แก้ปัญหาใดๆ ไม่ใช่ผู้นำของอนาคตหรือความหวังของลูกหลาน แต่คือสิ่งไร้ค่าความหมายในความทรงจำของคนรุ่นต่อไป ผมและพรรคฝ่ายค้านเห็นว่า ไม่อาจไว้วางใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ทำหน้าที่บริหารราชการต่อไป