“7 พรรคฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติ "ปธ.ชวน" ซักฟอกรัฐบาล ม. 152 ชูยุทธการณ์ “ถอดหน้ากากคนดี” 

การเมือง28 ธ.ค. 2565 • 14:31 น.
“7 พรรคฝ่ายค้าน” ยื่นญัตติ "ปธ.ชวน"  ซักฟอกรัฐบาล ม. 152 ชูยุทธการณ์ “ถอดหน้ากากคนดี” 

วันที่ 28 ธ.ค. 65 ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านและตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152

โดย นายชวน ระบุว่า สำหรับญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในครั้งนี้ สภาฯได้เตรียมกำหนดวันและเวลาไว้แล้วเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน จึงคาดว่าน่าจะสามารถเปิดประชุมได้ในปลายเดือนม.ค.66 เพราะต้องหารือร่วมกับฝ่ายรัฐบาลด้วยว่ามีความพร้อมเมื่อใด แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายแน่นอน เนื่องจากเป็นการอภิปรายเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และหารือแนวทางต่างๆ ดังนั้นหากรัฐบาลพร้อม ก็จะนำญัตติบรรจุเข้าในวาระสภาต่อไป จากนั้นก็ให้วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านหารือร่วมกันว่าจะกำหนดกรอบระยะเวลาอย่างไร

ด้าน นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจำนวน 7 พรรคการเมือง ได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ภายใต้ยุทธการณ์ “ถอดหน้ากากคนดี” เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการบริหารราชการ โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายเร่งด่วน 12 ประการ เพื่อให้ประชาชนรับรู้ ถึงเนื้อแท้และผลงานของคนดีว่าเป็นอย่างไร เนื่องที่ผ่านมารัฐบาลบริหารบ้านเมืองล้มเหลว และไม่ได้เป็นไปตามที่ได้แถลงไว้ 

ดังนั้นการเปิดอภิปรายทั่วไปในครั้งนี้ จะเป็นการเจาะลึกทุกประเด็น และมีเนื้อหาสาระไม่แตกต่างกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เพียงแต่รอบนี้ไม่มีลงมติก็เท่านั้น จึงหวังว่าพี่น้องประชาชนจะได้ใช้โอกาสนี้ในการตรวจสอบรัฐบาล พร้อมกับนำไปประกอบการตัดสินใจการเลือกตั้งครั้งหน้าและเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านเข้าไปทำหน้าที่แทนประชาชน

เมื่อถามว่าจะเจาะจงที่ไปบรรดารัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระที่เราจะนำเสนอในกรอบของญัตติ เกี่ยวกับใครผู้นั้นก็จะถูกซักถาม เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีนั้นๆที่มาตอบ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการละเว้นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชาชนนั้น เนื้อหาจะมีความเกี่ยวข้องกับพล.อ.ประวิตร ด้วย

“ทางทีมพรรคร่วมฝ่ายค้านระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยหมายเลข1 เราไม่อยากเป็นเครื่องซักล้างให้ใคร แต่เราจำเป็นต้องล้างสิ่งที่มันแปดเปื้อนออก ที่มาแปดเปื้อนในระบบรัฐสภา แปดเปื้อนระบอบประชาธิปไตย โอกาสของประชาชน ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นเป้าหลักในการอภิปรายครั้งนี้ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นเป็นตัวอย่างที่ยกขึ้นมาชี้ให้เห็นในแต่ละประเด็น สิ่งที่เราตั้งวัตถุประสงค์แม้ไม่มีการลงมติ แต่เราหวังให้ประชาชนที่เป็นผู้ลงคะแนนตัดสินว่า รัฐบาลชุดนี้ภายใน้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ มีอะไรให้ไว้วางใจสืบทอดอำนาจต่อไปหรือไม่ และพรรคร่วมฝ่ายค้านมีอะไรให้ไว้ใจเข้ามาทำหน้าที่แทนประชาชนหรือไม่” นพ.ชลน่าน กล่าว

เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้เห็นรัฐบาลที่มาจากพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า เป็นการตัดสินหลังจากมีการเลือกตั้ง ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้รัยการมอบหมายจากประชาชน นั่นคือเงื่อนไขสำคัญที่สุด มั่นใจว่าพวกเราทำงานด้วยกันได้อยู่แล้ว

ส่วน นายพิธา กล่าวต่อว่า มี 2 ประเด็นที่อยากจะสื่อสาร ประเด็นแรกการอภิปรายตามมาตรา 152 เราเตรียมตัวเราเตรียมตัวเหมือนในเรื่องของข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องของข้อมูล แน่นอนว่าวิธีการ ไม่เหมือนกัน แต่เป็นการตรวจการบ้านรัฐบาลในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และเหมือนเป็นการทำงานต่อเนื่องจากสื่อมวลชนไม่ว่าจะเพื่อนไม่ว่าจะเป็นการตั้งฉายา "แปดเปื้อน" ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี "หน้าชัดหลังเบอร์" ของพลเอกอนุพงษ์เผ่าจินดา หรือ "ลองนายกฯ" ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

“ 3 สิ่งนี้เป็นเหมือนการที่เราต้องการที่จะถอดหน้ากากคนดี โดยจะนำข้อเท็จจริงมาประกอบให้ประชาชน เชื่อว่าจริงหรือไม่จริง” นายพิธากล่าว

ประเด็นที่สอง คือ การอภิปรายตามมาตรา 152 ในช่วงโค้งสุดท้ายของสภา ซึ่งรู้กันดีว่าไม่เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ ส.ส. โหวตไม่ได้ แต่ปีนี้ประชาชนโหวตได้ เพราะฉะนั้นเราก็จะทำงานหนักเหมือนไม่ใช่โค้งสุดท้าย เพื่อนำข้อมูลทั้งเรื่องทุจริตความล้มเหลวในการบริหารให้ประชาชน โหวตแทน ส.ส. ในครั้งนี้