“ประยุทธ์” ต้อนรับนายกฯ สปป.ลาว พร้อมหารือข้อราชการ -ร่วมเป็นสักขีพยานเอ็มโอยู แผนปฏิบัติการ และแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 1 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้อนรับนายพันคำ วิพาวัน (H.E. Mr. Phankham Viphavanh) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกรัฐบาล ระหว่างวันที่ 1-2 มิ.ย.โดยพล.อ.ประยุทธ์ นำตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าจากนั้น นายพันคำ ได้ลงนามในสมุดเยี่ยมและชมของที่ระลึก ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า
ต่อมาเวลา 17.30 น.หารือข้อราชการแบบเต็มคณะ และร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามแผนปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ ณ ตึกภักดีบดินทร์ โดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนาม “แผนปฏิบัติการว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ไทย - สปป. ลาว เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2565 - 2569” และร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับลาว ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าใน สปป. ลาว ฉบับปี ค.ศ. 2022 รวมถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับลาว ว่าด้วยโครงการจัดสร้างสวนรุกขชาติไทย- ลาว
นอกจากนี้ นายกฯยินดีสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์พัฒนาสังคมมิตรภาพไทย - ลาวเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แบบครบวงจร ที่เมืองไซทานี นครหลวงเวียงจันทน์ ด้วย
จากนั้นเวลา 18.45 น. ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน นายกฯไทยและนายกฯแห่งสปป.ลาว แถลงข่าวร่วม
โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
นายกฯยินดีที่ได้ต้อนรับนายกฯแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก และแสดงความยินดีกับนายกพันคำฯ ที่ได้รับมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ การเยือนครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญและมีความหมายอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ โดยทั้งสองประเทศเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ในระหว่างการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและมุมมองครอบคลุมในทุกมิติ โดยมีผลลัพธ์สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศ มีดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
1) ไทยและ สปป.ลาว พร้อมเดินหน้าฟื้นฟูวิถีชีวิตของประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
2) การเร่งรัดฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยไทยพร้อมสนับสนุนสปป.ลาว ในการก่อสร้างสะพานเชียงแมน - หลวงพระบาง เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน
3) การเร่งรัดและขยายการเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งระหว่างกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระบบรางของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากโครงการรถไฟลาว - จีน ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกันแบบ win-win
4) เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และประสานมาตรฐานและกฎระเบียบต่าง ๆ
5) กระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งมีความสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุน สปป.ลาว ในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรในด้านดิจิทัล และพัฒนาระบบการชำระเงินระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพิ่มร่วมมือด้านพลังงานสะอาดมากขึ้น
ด้านความมั่นคง ไทยและ สปป.ลาว เห็นพ้องเพิ่มความเข้มงวดการลาดตระเวนตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย และกระชับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุน สปป. ลาวในการขยายผลการจับกุมและการมอบอุปกรณ์สืบสวนสอบสวนที่ทันสมัย นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายพร้อมร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแก๊ง call center และปัญหาค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนของทั้งสองฝ่ายได้รับความเดือดร้อน
ด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชน ถือเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในทุกด้าน โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมสานต่อความร่วมมือเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านสาธารณสุขโดยเฉพาะระหว่างโรงพยาบาลตามแนวจังหวัดกับแขวงชายแดน ความร่วมมือด้านการเกษตร และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยรัฐบาลไทยพร้อมมอบทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และเอก แก่เยาวชน สปป.ลาว รวมกว่า 700 ทุน ซึ่งจะเป็นโอกาสให้เยาวชนของทั้งสองประเทศใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นตลอดจนเห็นพ้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในด้านสื่อมวลชน เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกันประชาชน
ความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ไทยและ สปป. ลาว จำเป็นต้องประสานท่าทีและร่วมมือกันใกล้ชิดยิ่งขึ้นทั้งในระดับอนุภูมิภาคและภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยไทยพร้อมสนับสนุน สปป. ลาว ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำACMECS ครั้งที่ 10 ในปีนี้อย่างเต็มที่ เพื่อผนึกกำลังของประเทศในอนุภูมิภาคในการผลักดันการฟื้นฟูอย่างมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศพร้อมร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อส่งเสริมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน และเพื่อให้อาเซียนคงบทบาทที่สำคัญในการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาค
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวร่วม นายกฯและนายกฯสปป.ลาว เยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรม ณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี และนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีสปป.ลาว ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก