"สนธิรัตน์" ฟันธง "ปชป.-ภท.-รทสช." เป็นรัฐบาลยาก โว "พปชร." เท่านั้นทำได้ ลั่น "บิ๊กป้อม" มีบารมีการเมืองมากที่สุด
วันที่ 29 เม.ย. 2566 ที่สนามหน้าเมือง จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยใหญ่ภาคใต้(ตอนล่าง) โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมืองพรรคพลังประชารัฐ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า จ.นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในจังหวัดที่จะชี้ชะตาการเลือกตั้ง ตนได้กลิ่นไอปัญหาการเมืองข้างหน้า พรรคหนึ่งบอกจะแลนด์สไลด์ พรรคหนึ่งบอกจะล้มรัฐบาลเดิมที่มีมา บอกว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศ คนภาคใต้เหนื่อยยากมามากกับการเมือง วันนี้ตนบอกกับการเมืองว่า บ้านเมืองหลังเลือกตั้งจะเป็นเวลาที่ยุ่งยากใจที่สุด จะกลับไปอยู่กับการต่อสู้ วันนี้มีพรรคการเมืองเดียวที่จะเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจของชาวภาคใต้ พรรคการเมืองที่จะเป็นตัวแปรให้ผ่านพ้นการต่อสู้และขัดแย้ง ตนบอกได้เลยว่า เหลืออยู่พรรคเดียวชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ เพราะหลังเลือกตั้งจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เสียงจะก้ำกึ่งกันมาก
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ใน 4 พรรคที่ท่านจะตัดสินใจ เดิมพวกท่านรักพรรคเก่าแก่อยู่พรรคหนึ่ง มักจะกาคะแนนให้เขา แต่พรรคนั้นวันนี้โอกาสตั้งรัฐบาลน้อยมาก พรรคที่ 2 เป็นพรรคที่ขณะนี้พยายามกวาดพื้นที่ภาคใต้ให้ได้เสียงมากที่สุดคือพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แต่พรรคภูมิใจไทยวันนี้ ตนบอกเลยว่าเป็นรัฐบาลยากมากๆ และพรรคที่ 3 เป็นพรรคที่แยกออกไปจากพรรคพลังประชารัฐ ชื่อว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) พรรคนี้ยากที่สุดที่จะเป็นรัฐบาล ในทั้งหมด 4 พรรค มีอยู่พรรคๆ เดียวที่เป็นพรรคก้าวข้ามความขัดแย้ง เป็นพรรคที่จะสามารถเป็นตัวแปรรวมทุกฝ่ายคือ พรรคพลังประชารัฐ
ตนต้องการมาบอกชาวนครศรีธรรมราชว่า พี่น้องกำลังชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย หากตัดสินใจผิด เลือกพรรคผิด เลือกผู้แทนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ของรัฐบาล จะไม่มีใครดูแลประชาชน ต้องเลือก ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 10 เขต พรรคพลังประชารัฐจะเป็นตัวแปร ถ้าถามว่าจริงหรือไม่จริง ขอให้ดูว่าที่นายกฯ ที่ชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นคนเดียวที่วันนี้เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นนายกฯ เพราะเป็นคนเดียวที่มีบารมีการเมืองมากที่สุด เชื่อมโยงคนทุกฝ่ายได้ เป็นคนเดียวที่มีประสบการณ์การเมืองยาวนานที่สุด