"จุรินทร์" ไม่มีปัญหาได้ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 26 ชี้หมายเลขยังไม่นิ่งรอ "กกต." ประกาศทางการ

การเมือง4 เม.ย. 2566 • 12:34 น.
"จุรินทร์" ไม่มีปัญหาได้ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 26 ชี้หมายเลขยังไม่นิ่งรอ "กกต." ประกาศทางการ

"จุรินทร์" ไม่มีปัญหาได้ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 26 ชี้หมายเลขยังไม่นิ่งรอ "กกต." ประกาศทางการ ลั่นมีประสบการณ์ บริหารรัฐกิจ พร้อมชิงนายกฯ แนะผู้นำประเทศต้องรับปัญหาประชาชน ยืดอกให้ตรวจสอบ ชี้หาก "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ร่วมเวทีดีเบตด้วยเป็นเรื่องดีในวิถีปชต.

วันที่ 4 เม.ย.2566 เวลา10.50 น. ที่หน้าอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพฯ ดินแดง(กทม.2) เขตดินแดง กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังจับหมายเลขพรรคการเมือง โดยพรรคประชาธิปัตย์จับได้เบอร์26ว่า ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะเบอร์อาจยังไม่นิ่ง หากมีปัญหาเบอร์ก่อนหน้า อาจมีการปรับเปลี่ยนขึ้นมา แต่โดยหลักจะจับได้เบอร์อะไรก็ไม่มีปัญหา เรามั่นใจว่าสิ่งสำคัญกว่าคืออุดมการณ์ หรือผลงาน และความซื่อสัตย์สุจริตที่เราทำมาตลอด ตนคิดว่าเป็นสิ่งประเทศต้องการ เพราะมีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่จะให้ประเทศยั่งยืนได้ ถ้าทุจริต ซื้อเสียง ประมูลตัวผู้แทนเมื่อไหร่ สุดท้ายก็มาถอนทุนคืน ประชาธิปไตยก็ไปไม่รอด การรัฐประหารทุกครั้งย้อนกลับไปดูอ้างเหตุทุจริตคอร์รัปชัน แล้วสุดท้ายก็ล้มเหลว ต้องมานับหนึ่งกันใหม่

"สิ่งเหล่านี้ประชาชนคงใช้ประกอบกันกับนโยบายและตัวบุคคลจะเป็นปัจจัยโดยรวมที่ประชาชนจะพิจารณา เบอร์เป็นแค่ส่วนประกอบ เชื่อว่าเมื่อถึงเวลา หมายเลข ประชาชนจะจำได้ คนที่เขาสนใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ผมเชื่อว่าเขาจำได้ และจะไปลงคะแนนได้ ไม่ยากอะไร ก็ต้องขอบคุณย้อนหลังและล่วงหน้าสำหรับประชาชนทุกคนที่ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า"นายจุรินทร์ กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันต่อจากนี้ ถ้าตนไม่ติดภารกิจอะไร ก็ยินดีที่จะไปร่วมดีเบตกับพรรคการเมืองอื่นทุกเวที ส่วนจะเชิญชวนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มาร่วมเวทีดีเบตด้วยหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่สื่อที่ต้องไปเชิญ แต่ถ้ามาก็ดี เพราะมันจำเป็นในวิถีประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็น มันสะท้อนได้ แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็คิดว่าจำเป็น ตนไม่เคยบอกว่าตนจะดีกว่าคนอื่น แต่อย่างน้อยตนพร้อมที่เป็นผู้นำในวิถีประชาธิปไตย มั่นใจว่าต่อจากนี้ไปประเทศต้องเดินหน้าด้วยประชาธิปไตย ถ้าเป็นครึ่งใบมันไปต่อไม่ได้

"คนที่จะเป็นผู้นำประเทศในระบอบประชาธิปไตย จะต้องมีประสบการณ์บริหารรัฐกิจ ที่สร้างกำไรให้ประเทศ แต่ธุรกิจทำกำไรให้บริษัท และประสบการณ์ในรัฐสภาก็สำคัญ ต้องพร้อมรับปัญหาประชาชนในสภาฯ พร้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์ของส.ส.ในสภาฯ และต้องพร้อมถูกตรวจสอบ สำหรับผมเป็นคนหนึ่งที่พร้อม ทั้งประสบการณ์บริหารรัฐกิจ นิติบัญญัติ ที่จะเป็นนายกฯในวิถีประชาธิปไตย ถ้าประชาชนให้โอกาสกับผม และประชาธิปัตย์"นายจุรินทร์ กล่าว